พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ หลวงพ่อแซกคำ (พระแซกคำ) วัดคฤหบดี กรุงเทพฯ
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงพ่อแซกคำ (พระแซกคำ) วัดคฤหบดี กรุงเทพฯ PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงพ่อแซกคำ (พระแซกคำ) วัดคฤหบดี กรุงเทพฯ

หลวงพ่อแซกคำ (พระแซกคำ)"หลวงพ่อแซกคำ" เป็นพระพุทธรูปประธาน ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถหลวงวัดคฤหบดี แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

หลวงพ่อแซกคำ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองนพคุณ หรือทองคำโบราณ เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยเชียงแสนยุคปลาย หน้าตักกว้าง 18 นิ้ว ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ เป็นพระพุทธรูปทองคำโบราณ สร้างขึ้นประมาณระหว่างพ.ศ.1700-1800

เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์คู่กับพระแก้วมรกต ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ พ.ศ.2369 และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ โปรดพระราชทานให้เป็นพระประธานในพระอุโบสถของวัดคฤหบดี ตั้งแต่เริ่มตั้งวัดมาจนถึงปัจจุบัน

หลวงพ่อแซกคำ มีประวัติการได้มาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ว่า ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระยาราชมนตรีฯ ซึ่งมีนิวาสถานไปพำนักที่แพข้างวังหลวง อุทิศที่อยู่เดิมสร้างเป็นวัดแล้วทูลเกล้าฯ ถวายในหลวงรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับเข้าไว้เป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่า "วัดคฤหบดีอาวาส"

ในสมัยนั้นพระยาราชสุภาวดี (เจ้าพระยาบดินทรเดชา) เป็นแม่ทัพ เสร็จจากศึกปราบกบฏเวียงจันทน์แล้วได้ยึดทรัพย์สมบัติกลับเข้ากรุงเทพรัตนโกสินทร์มากมาย รวมทั้งพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแซกคำ

ประวัติหลวงพ่อแซกคำ เมื่อประมาณปี 2500 พระญาณรังษี อดีตเจ้าอาวาสวัดคฤหบดี ในขณะนั้นมีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมาภิรมย์ ได้ปรารภถึงหลวงพ่อแซกคำว่า ผู้ใดเป็นผู้สร้างกันแน่ ด้วยพระพุทธรูปมาจากเวียงจันทน์ มีอายุราว 900 ปี ในสมัยสุโขทัยตอนปลายถึงสมัยพระนางจามเทวีสร้างเมืองหริภุญชัย

ทั้งนี้ พระนางจามเทวี พระธิดาของกษัตริย์แห่งอาณาจักรลาวปุระ ได้ไปเป็นนางกษัตริย์ครองเมืองหริภุญชัย จากการที่ห่างบ้านเมืองมาทำให้พระนางรำลึกถึงพระคุณแม่พระชนกชนนี พระนางจึงมีพระราชประสงค์จะสร้างพระพุทธรูป 3 องค์ คือ พระเสริม พระสุก พระใส

รุ่งขึ้นเช้า พระนางเสด็จพระราชดำเนินมายังมณฑลพิธี เพื่อทรงเปิดงานสมโภช ขณะกำลังนมัสการพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์อยู่นั้น พลันปรากฏพระพุทธรูปทององค์หนึ่งลอยมาจากอากาศ ลงมายังบริเวณมณฑลพิธีเข้าประดิษฐานแทรกอยู่ท่ามกลางพระพุทธรูปทั้ง 3 พระองค์

พระพุทธรูปทององค์นี้ถูกต้องตามตำรามหาปุริสลักษณะและสวยงามมาก เมื่อมาแสดงปาฏิหาริย์ปรากฏต่อพระพักตร์พระนางจามเทวีและชนทั้งหลาย ณ มหาสโมสรนั้น พระนางก็ทรงโสมนัส ให้มีพิธีสมโภชพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์

ด้วยเหตุที่พระพุทธรูปที่ลอยมาจากเบื้องนภากาศ และเข้าประดิษฐานแทรกอยู่กลางพระพุทธรูปอีก 3 องค์ จึงพระราชทานนามว่า "พระแซก" แต่เนื่องจากเป็นทองจึงมีชื่อต่อว่า คำ เป็นนามว่า "พระแซกคำ" ซึ่งเป็นชื่อเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ตลอดมา

พระแซกคำ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่เป็นที่เคารพบูชาและเป็นพระพุทธรูปที่ประวัติเกี่ยวข้องกับพระแก้วมรกตมาตลอด เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชอัญเชิญพระแก้วมรกตมาจากนครเชียงใหญ่ กลับไปยังล้านช้าง ซึ่งตรงกับช่วงกลางสมัยกรุงศรีอยุธยา ทรงประดิษฐานพระแก้วมรกตไว้คู่กับพระแซกคำองค์นี้

ต่อมาเมื่อทรงย้ายพระราชธานีจากหลวงพระบางลงมายังเวียงจันทน์ ก็โปรดให้เชิญพระแก้วมรกต พระบางและพระแซกคำ ลงไปประดิษฐาน ณ ราชธานีใหม่ด้วย พระแซกคำจึงนับเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญองค์หนึ่งยิ่ง

ในรัชการที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ไปทำศึกเวียงจันทน์ ได้อัญเชิญพระแซกคำกลับมาถวายสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้ประดิษฐานไว้ที่ฐานชุกชีที่วัดอรุณราชวราราม

ต่อมา พระยาราชมนตรี (ภู่) ต้นสกุลภมรมนตรี ซึ่งเป็นข้าราชบริพารเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งยังทรงกรม สร้างวัดคฤหบดีขึ้นน้อมถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จึงได้พระราชทานพระแซกคำไว้เป็นพระประธานในพระอุโบสถ

พระแซกคำ เป็นพระพุทธรูปที่มีชาวบ้านให้ความเลื่อมใส มีความศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าผู้ใดมีความทุกร้อนก็มักไปกราบไหว้บนบาน ของที่นิยมถวาย ได้แก่ ข้าวเหนียว ลาบเนื้อ ปลาร้า ไข่เป็ด 100 ฟอง พวงมาลัยและทองคำเปลว ส่วนมหรสพที่ถวายมักเป็นละครชาตรี หมอลำ หรือแอ่วลาว

 
 

Main Menu

VirtueMart Login