พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง ปลัดขิกที่เลื่องชื่อ ประวัติปลัดขิกของพระคณาจารย์ดังในอดีต
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ปลัดขิกที่เลื่องชื่อ ประวัติปลัดขิกของพระคณาจารย์ดังในอดีต PDF พิมพ์ อีเมล

ปลัดขิกที่เลื่องชื่อ ประวัติปลัดขิกของพระคณาจารย์ดังในอดีต

         พระคณาจารย์ที่สร้างปลัดขิกอันมีชื่อเสียง  ในสมัยสงครามเอาเชียบูรพาคือ  หลวงพ่อเหลือวัดสาวชะโงก  แห่งจังหวัดฉะเชิงเทรา  มีผู้เล่าให้ฟังว่า  ครั้งหนึ่งท่านลงมาทำธุระในกรุงเทพฯได้พักอยู่ที่วัดปทุมคงคาราม  มีคนไปนมัสการกราบไหว้ท่านมากเพราะได้ยินกิตติศัพท์กิตติคุณทางของขลังของท่าน  ในวาระหนึ่งมีผู้ขอปลัดขิกอันมีชื่อที่ท่านสร้าง  แต่ก่อนที่ท่านจะมอบปลัดขิกนั้นให้  ท่านได้นำเอาปลัดขิกใส่ลงในบาตรน้ำมนต์ของท่านสักครู่หนึ่ง  ปลัดขิกวัตถุอาถรรพณ์นั้นจะวิ่งไปรอบ ๆ บาตรน้ำมนต์ตัวปลัดขิกดิ้นกระทบกับบาตรน้ำมนต์ด้วยเสียงอันดังได้เห็นกันหลายคน  เมื่อท่านเห็นว่าปลัดขิกของท่านปลุก  “ขึ้น”  เป็นอย่างดีแล้วท่านจึงจะมอบให้กับผู้ที่ขอนั้นต่อไป
 
         นอกจากหลวงพ่อเหลือ  แห่งวัดสาวชะโงก  ในคัมภีร์อาถรรพณ์เวทของพระคณาจารย์ทางไตรเพทศาสตร์ท่านกล่าวถึงวิธีการทำปลัดขิกไว้เป็นหลายอย่างหลายแบบ  “ปลัดขิก”  แต่ละแบบ ๆ มีคุณภาพผิดแผกแตกต่างกันไป  เช่น  มีสรรพคุณทางป้องกันเสนียดจัญไรโรคภัยไข้เจ็บ  มีสรรคุณทางเสน่ห์เมตตาชนิดที่ถ้าใช้แตะต้องตัวผู้ใดแล้ว  เป็นต้องเกิดรักใคร่ผู้เป็นเจ้าของท่านปลัดทันที  และมีสรรพคุณทางแคล้วคลาดทางหนีทีไล่ไม่จนมุม ฯลฯ
 
         ตำราการสร้างปลัดขิกของอาจารย์หนึ่งท่านว่าให้เอาแก่นคูณ  (คูณเป็นชื่อเรียกไม้ชนิดหนึ่งของจังหวัดภาคเหนือ  มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า  CASSLA  FISTULA,  LINN,  เนื้อไม้สีแดงแกมเหลือง  รสฝาดใช้กินแทนสีเสียดและใช้ฟอกหนัง)  มาแกะเป็นรูปปลัดขิก  เมื่อแต่งเป็นรูปปลักขิกเมื่อแต่เป็นอันดีแล้วจึงลง  อะ,  อุ,  มะ  ตรง  ประธานปลัดขิก  (อะ,  อุ,  มะ  ประกอบเป็นเสียงว่า  “โอม”  ใช้เป็นคำที่นมัสการพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามคือ  พระพรหม  พระวิษณุนารายณ์  และพระศิวะอิศวร)  ต่อมาจึงลงหัวใจโจรคือ  กันหะเนหะ  ที่ตัวปลัดขิก  เสร็จแล้วท่านมีวิธีกรรมให้ตั้งจิตเป็นสมาธิ  เสกด้วยพระคาถาตามคัมภีร์มีกำหนดเสกกี่เที่ยวกี่หนตามกำลังวันที่ทำปลัดขิกนั้น 

         เมื่อปลัดขิกสำเร็จตามตำรับนี้แล้วจะมีสรรพคุณทางป้องกันโรคภัยไข้เจ็บแล้ว  ยังปรากฏพระคณาจารย์เจ้าอีกรูปหนึ่งคือหลวงพ่ออี๋แห่งวัดสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี  ปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋มีทหารเรือหลายคนได้ประสบอภินิหารมาแล้ว  คือสามารถป้องกันภัยจากฉลามเสือร้ายของทะเลได้โดยเจ้าปลาผู้ชอบบริโภคเนื้อมนุษย์นั้น  ไม่กล้าย่างกรายเข้ามาใกล้ผู้มีปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋เลย  ปัจจุบันเป็นที่นิยมหากันมากทั้งของสองอาจารย์ดังกล่าวนั้น 
 
         การที่เกจิอาจารย์ท่านกำหนดเอาอักขระหัวใจโจรคือ  กันหะ  เนหะ  เป็นคาถาจำหลักลงบนตัววัสดุอาถรรพณ์ปลัดขิกนั้น  สันนิษฐานว่าท่านจะถือเป็นเคล็ดว่าโจรนั้นเป็นผู้ฆ่าเป็นผู้ทำลายแต่ฝ่ายเดียว  การที่จะแก้อาถรรพณ์ทางเจ็บป่วย  และเสนียดจัญไรที่มองไม่เห็นตัวที่จะมาสู่ด้านต่าง ๆ ทุกทางนั้น  ต้องอาศัยการฆ่า  การทำลายสิ่งนั้นด้วยหัวใจของโจร  ประกอบกับการปลูกเสกด้วยอาคมอันมีถ้อยคำพิสดารหลายอย่างหลายวิธีด้วยกัน  วัสดุอาถรรพณ์หรือท่านปลัดขิกนั้นจึงมีสรรพคุณขลังเป็นที่นิยมของชนทั่วไปปรากฏว่าปลัดขิกของหลวงพ่ออาจารย์ผู้มีชื่อเสียงที่ออกนามข้างต้นนั้นซื้อหากันด้วยราคาสูง

 
 

Main Menu

VirtueMart Login