พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ ปาฏิหาริย์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ปาฏิหาริย์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ PDF พิมพ์ อีเมล

ปาฏิหาริย์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่



“เธอคิดว่าเธอไม่รอดแล้ว แต่เธอก็ยัง อธิษฐานขอให้หลวงพ่อคูณช่วยเธอกับลูกน้อย ที่อยู่ในครรภ์ แล้วเธอก็ขึ้นคร่อมราวบันได เอามือกุมเหรียญหลวงพ่อคูณ ฝ่าเปลวเพลิง ลงมา” เพราะความขี้เกียจของข้าพเจ้าแท้ๆ ที่ทำให้ข้าพเจ้าตัดสินใจเอารูปปฏิทินหลวงพ่อคูณมาลงเต็มหน้า ๕ ของ น.ส.พ.เดลินิวส์ ทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขายดิบขายดี ถึงกับต้องเพิ่มยอดการพิมพ์

ข้าพเจ้ากลายเป็นอีโร่ไปทันที ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็มีแต่คนมอง อยากจะคุยด้วย บางคนถึงกับขอภาพปฏิทิน เพื่อจะเอาไปบูชา

“ไปขอที่ธนาคารสิ เป็นภาพที่ผมเอามาจากปฏิทินธรรมดานี่เอง” ข้าพเจ้าบอกกับช่างเรียงที่อยู่ข้างล่าง

“ไปขอแล้ว แต่เขาบอกว่าหมด” พนักงานฝ่ายช่างเรียงบอก

“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า พอผมเอามาลงข่าว ชาวบ้านก็ไปขอกัน หมด” ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะใครๆ ก็เที่ยวหาปฏิทินฉบับนั้น มาเก็บไว้บูชา ซึ่งแม้แต่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่ลงภาพหลวงพ่อคูณ ฉบับนี้ ชาวบ้านเขาก็ยังซื้อไปตัดเก็บไว้บูชาบนหิ้งพระกันหมดเหมือน กัน ข้าพเจ้าเดินลงมาที่โรงรถ ยังเห็นพนักงานของปมน้ำมันในเดลินิวส์ ตัดไปบูชาบนหิ้งพระแล้วรู้สึกภาคภูมิใจอยู่เหมือนกันที่ตนเองก็มีส่วนทำ ให้ชาวบ้านได้มีภาพของหลวงพ่อคูณบูชาไว้บนหิ้งพระ

ช่วงนั้นหลวงพ่อคูณดังมาก ไม่ว่าใครต่างก็มีเหรียญหลวงพ่อคูณ แขวนคอ รวมไปถึงวงการเซียนพระ แผงพระเครื่อง มีหลวงพ่อคูณไว้ ให้เช่าเต็มไปหมด และทางวัดเองก็มีการปลุกเสกวัตถุมงคลของหลวงพ่อ คูณออกมาจำหน่ายมากจริงๆ ซึ่งถ้าหากจะวัดความดังกัน ก็ต้องบอกว่า ในอดีตไม่มีเหรียญหลวงพ่อองค์ไหนดังเท่ากับเหรียญหลวงพ่อคูณหรอก ถ้าอยากจะรู้ว่าดังขนาดไหน ก็ต้องบอกว่าจตุคามรามเทพฟีเวอร์ แบบไหน หลวงพ่อคูณในอดีตก็ไม่ต่างกัน

และที่สำคัญ เรื่องราวของหลวงพ่อคูณมีให้อ่านกันทางหน้า หนังสือพิมพ์ทุกวัน ทั้งในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์ รวมไปถึง เรื่องราวที่ตลกขบขันของหลวงพ่อคูณเองที่เอามาเล่าสู่กันฟัง

อย่างเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ที่ข้าพเจ้าได้มีส่วนสัมผัสอย่างใกล้ชิด เช่น เรื่องราวการรอดชีวิตของสาวโรงงานเคเดอร์ที่ผลิตตุ๊กตาส่งนอก ที่สายสี่ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖

จากเรื่องราวโศกนาฏกรรมไพ่ไหม้โรงงานเคเดอร์ เริ่มทำให้สื่อ มวลชนรู้จักหลวงพ่อคูณกัน

แม้เรื่องราวจะผ่านมาหลายปี แต่ข้าพเจ้าก็ยังจำเหตุการณ์ในวัน นั้นได้ดี...

วันที่ท้องฟ้าที่เคยสวยงามไปด้วยเมฆหมอกสีขาวนวลเคลื่อนคล้อย ไปตามกระแสลม ต้องแปรเปลี่ยนเป็นสีหมอกควัน ดำทะมึนไปทั่วแผ่น ฟ้า และหากมองจากหมู่บ้านศรีมณฑล ซึ่งอยู่เยื้องๆ กับองค์พระพุทธ มณฑล สายสี่ ชาวบ้านต่างก็ขวัญผวาไปกับกลุ่มควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่ ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว และเพียงกระแสลมพัดผ่านเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ โรงงานนรกเพียงไม่กี่นาที ท้องฟ้าที่เคยสวยงามสงบนิ่งก็แปรเปลี่ยนเป็น สีเพลิงแดงฉานไปทั่วท้องฟ้า

กลุ่มควันไฟที่ถูกแรงลมพัดโหมกระหนา ได้ทำให้ลูกไฟแตกเป็น ประกายขึ้นเหนือเปลวเพลิง ซึ่งแม้จะอยู่ห่างจากที่ไฟกำลังลุกโหมอย่าง หนัก เป็นระยะหลายกิโลเมตร ก็ยังได้กลิ่นเหม็นไหม้ เหม็นยางไหม้ เหม็นกลิ่นเนื้อคนทีถูกย่างสดเป็นร้อยๆ ศพ

ข้าพเจ้าในยามนั้นอยู่ในฐานะสองสถานะ สถานะที่หนึ่งเป็นประ ชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ และสถานะที่สองอยู่ในฐานะผู้สื่อข่าว ที่ต้อง ทำหน้าที่รายงานสภาพเหตุการณ์ให้ประชาชนรับทราบถึงภัยพิบัติ

บ้านแม่ข้าพเจ้าอยู่ที่หมู่บ้านศรีมณฑล ซึ่งหากจากโรงงานนรก ที่ไฟไหม้ย่างสดคนงานที่ถูกขังอยู่ในโรงงานถึง ๒๐๐ กว่าศพ แค่ ๒ กิโลเมตร
ข้าพเจ้ายังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี หลังจากที่ข้าพเจ้าอาบนา แต่งตัวเพื่อที่จะไปทำงานตามปกติ ซึ่งต้องออกจากห้องพักที่คอนโดฯ หนองแขม ก่อนที่จะเข้าไปทำข่าวตามปกติ ข้าพเจ้าจะต้องแวะที่บ้าน แม่เพื่อดูแลอาการป่วยของพ่อที่ป่วยเป็นโรคอัมพาต เดินเหินไม่ค่อย คล่องเหมือนคนทั่วไป ซึ่งข้าพเจ้าก็จะแวะมาดูอาการ บีบนวดให้ท่าน หยอกล้อท่านไปทำงานทุกวัน

แต่วันนั้นข้าพเจ้าไม่สามารถที่จะขับรถผ่านถนนพุทธมณฑลสายสี่ ไปยังหมู่บ้านศรีมณฑลได้เหมือนปกติ เนื่องจากรถติดยาวเหยียด และสมัยก่อนการรายงานข่าวของสื่อก็ยังไม่รวดเร็วเหมือนเช่นทุกวันนี้ ซึ่ง เพียงแค่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น โทรศัพท์มือถือก็จะแจ้งข่าวให้ทราบ ทันที

“รถมันติดอะไรกันวะ”

“ทำไมมันติดอย่างนี้” ข้าพเจ้าขับไปก็บ่นไปตลอดทาง และเมื่อ ไม่สามารถเคลื่อนไปได้ ข้าพเจ้าก็ต้องจอดดับเครื่องลงมายืนดู เพื่อ ต้องการจะรู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นควันไฟ เห็น ท้องฟ้าแดงโร่ เหมือนกับไฟจะไหม้ท้องฟ้า

จากนั้นไม่นานรถดับเพลิงเป็นร้อยๆ คันก็มุ่งหน้าไปยังโรงงานนรก ที่สายสี่ พุทธมณฑล ข้าพเจ้าไม่ได้มีหน้าที่รายงานข่าวไฟไหม้ตรงนั้นหรอก เพราะทางโรงพิมพ์เขามอบหมายให้นักข่าวตระเวนทำหน้าที่อยู่ แล้ว ซึ่งทั้งนักข่าวตระเวน และนักข่าวนครปฐม นักข่าวจังหวัดสมุทรสาครที่อยู่ในความรับผิดชอบเขาก็มาทำหน้าที่เขาตรงนั้น

สำหรับข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ไปสัมภาษณ์ เก็บรายละเอียด เกี่ยวกับคนป่วยที่โรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น จำได้ว่าเกือบจะ ทุกโรงพยาบาล ทั้งรัฐบาล เอกชนที่ต้องช่วยกันรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ รอดตายจากไฟไหม้โรงงานนรก

โรงงานเคเดอร์เป็นโรงงานที่ผลิตตุ๊กตาเพื่อส่งออก เป็นโรงงาน ที่ใหญ่มาก จากที่สัมภาษณ์คนงานหญิงที่รอดตายมาได้ เธอเล่าให้ฟัง ว่า สาเหตุที่คนงานตายกันเยอะเนื่องจากพอคนงานเข้าไปทำงานแล้ว ทางโรงงานจะปิดประตูล็อกกุญแจอย่างแน่นหนามาก เมื่อเกิดไฟไหม้ พนักงานจำนวนนับพันคนต่างวิ่งหนีตายกันให้จ้าละหวั่น แต่ไม่สามารถ ที่จะหนีไฟออกมาได้ เนื่องจากประตูล็อกกุญแจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจดับเพลิง กับหน่วยกู้ภัย ต้องใช้ขวานทุบประตู แล้วผจญเพลิงเข้าไป ซึ่งเข้าไปช่วยด้วยความยากลำบากมาก คนงานที่ หนีตายขึ้นไปอยู่ชั้นชั้น ๔ ต่างก็กระโดดหนีตายลงมาข้างล่าง ซึ่ง ตกลงมาแล้วตายก็เยอะ แขนหัก ขาหักก็มีไม่รู้เท่าไหร่ ไม่ต่างไปกับ แมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟแล้วหล่นร่วงลงมาให้เห็นนั่นแหละ

ในบรรดาผู้ที่รอดชีวิต มีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในวัย ๒๐ กว่าๆ เธอ เป็นพนักงานเย็บตุ๊กตา ตั้งครรภ์ได้แปดเดือน เธอเล่าว่าในขณะที่เธอ กำลังเย็บตุ๊กตาอยู่นั้น เธอได้ยินเสียงเพื่อนๆ ร้องตะโกนว่า ไฟไหม้...ๆ...ๆ จากนั้นก็แตกตื่นวิ่งหนีตายกันให้อลหม่าน เธอซึ่งอยู่ในสภาพท้องแก่ใกล้ คลอด วิ่งไปได้นิดหน่อยก็ล้มลง เนื่องจากสำลักควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นมา จากชั้นล่าง และเข้ามาทางทิศเหนือจนหายใจไม่ออก

ในยามนั้นเธอคิดว่าเธอและลูกน้อยในครรภ์จะต้องถูกไฟคลอก ตายอยู่ในโรงงานนรกนี่แล้ว

เธอวิ่งมาฟุบอยู่ตรงราวบันได และในขณะที่เธอกำลังจะสำลัก ควันไฟตายคาราวบันไดอยู่นั้น เธอได้เอามือกุมเหรียญหลวงพ่อคูณที่ เธอคล้องคออยู่

เธอเล่าให้ข้าพเจ้าและเพื่อนนักข่าวฟังว่า เธอคิดว่าเธอไม่รอดแล้ว แต่เธอก็ยังอธิษฐานขอให้หลวงพ่อคุณช่วยเธอด้วย...ให้หลวงพ่อคูณ ช่วยเธอกับลูกน้อยในครรภ์ของเธอด้วย แล้วเธอก็ตัดสินใจขึ้นคร่อมราวบันได เพื่อรูดตัวลงมาฝ่าเปลวเพลิงและกลุ่มควันไฟที่เธอก็มองอะไรไม่ เห็นอีกแล้ว เธอมารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาล โรงพยาบาลศรีวิชัย ที่ข้าพเจ้าเข้าไปสัมภาษณ์นี่แหละ

เธอเล่าว่าเธอเป็นชาวโคราช มาทำงานที่โรงงานแห่งนี้ได้ ๒ ปี แล้ว ตอนออกมาจากบ้าน เธอมีเหรียญหลวงพ่อคูณคล้องคอด้วยสร้อยสแตนเลสมาด้วย ตอนนั้น...ตอนที่เธอคล้องคออยู่นั้น เหรียญหลวงพ่อคูณยังไม่ดังเลย เซียนพระในกรุงเทพฯ ยังไม่รู้จักกันเท่าไหร่

เหรียญหลวงพ่อคูณเพิ่งจะมาฮิตติดลมบนก็ตอนที่สื่อมวลชนไป สัมภาษณ์สาวโรงงานเคเดอร์ รอดตายจากไฟไหม้นี่แหละ

และสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวสัมภาษณ์ให้ได้อ่านกันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หรอกครับ ข้าพเจ้านี่แหละ ก็อดที่จะภาคภูมิใจไม่ได้ว่าตัวเองในฐานะที่ เป็นสื่อมวลชนก็มีส่วนร่วมอยู่ตรงนี้เหมือนกัน

ข้าพเจ้าบอกให้เธอเอามือจับเหรียญหลวงพ่อคูณเอาไว้ อีกมือ หนึ่งก็อุ้มบุตรสาวที่น่ารักของเธอ แล้วข้าพเจ้าก็กดชัตเตอร์เก็บภาพใน แง่มุมต่างๆ เพื่อเสนอต่อหัวหน้าข่าวหน้าหนึ่ง แล้วนำมาเขียนเป็นสกู๊ป ชีวิต ตามที่ตัวเองถนัดต่อไป

ก่อนที่จะกลับข้าพเจ้าบอกเธอว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้เขียนเรื่องดิฉัน ไม่ใช่โสเภณีในเดลินิวส์ ข้าพเจ้าคือผกามาศ ปรีชา แล้วข้าพเจ้าก็เอา หนังสือเรื่องดิฉันไม่ใช่โสเภณีที่เตรียมมา มอบให้เธอเก็บไว้เป็นที่ระลึก

พอเธอรู้ว่า ผกามาศ ปรีชา มาเยี่ยมเธอถึงเตียง เธอดีใจมาก ขอถ่ายรูปข้าพเจ้าขณะที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอและลูกน้อยที่ขณะนั้นเธอก็ยัง ไม่ได้ตั้งชื่อลูกว่าอะไร

“พี่คะ พี่เป็นนักเขียนชื่อดัง ช่วยตั้งชื่อลูกให้หน่อยได้ไหมคะ” เธอพูดด้วยความเขินอาย

ข้าพเจ้ามองหน้าเธออย่างเข้าใจในความรู้สึกของคนเป็นแม่ได้ดี ข้าพเจ้าขอเวลาคิดนิดหนึ่ง แล้วข้าพเจ้าก็บอกเธอว่า

“ชื่อชนะภัยก็แล้วกัน ความหมายดีนะ ชนะภัย”

เธอท่องคำว่า “ชนะภัย” อยู่สองสามครั้งก่อนที่จะยิ้มออก มาอย่างมีความสุข

 
 

Main Menu