พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง พระกริ่งปรโม รุ่นแรก หลวงปู่เริ่ม ปรโม วัดจุกกะเฌอ
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


พระกริ่งปรโม รุ่นแรก หลวงปู่เริ่ม ปรโม วัดจุกกะเฌอ PDF พิมพ์ อีเมล

พระกริ่งปรโม รุ่นแรก หลวงปู่เริ่ม ปรโม วัดจุกกะเฌอ

ยามใดก็ตามที่มีความรู้สึกนึกถึง "สงฆ์ดีศรีเมืองชล" ยามนั้นย่อมปรากฏภาพของ "หลวงปู่เริ่ม ปรโม" อดีตเจ้าอาวาสวัดจุกกะเฌอ อ.ศรีราชา ผุดขึ้นมาในมโนสำนึกเสมอ โดยเฉพาะในหมู่ผู้เป็นศิษย์ มิอาจลืมเลือนบารมีความศักดิ์สิทธิ์ของท่านไปได้ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมากี่ปี และแม้จะไม่มีสังขารของท่านให้พบเห็น เพราะเพียงแค่ภาพถ่ายก็ฉายให้เห็นอดีตอันเกรียงไกรของท่าน รวมทั้งผลงานที่สร้างสรรค์ไว้ให้พระพุทธศาสนา

อดีตของวัดจุกกะเฌอเป็นเพียงที่พักสงฆ์ มีพระธุดงค์ ชื่อ "หลวงพ่อทอง" ริเริ่มสร้างขึ้นจนกลายเป็นวัด ท่านอยู่จำพรรษา 2 ปีก็จากไป จากนั้นก็มีสมภารปกครองสืบต่อกันมาคือ หลวงพ่อเอียด, หลวงพ่อเมือง, หลวงพ่อฉาบ, พระอาจารย์วัน, พระอาจารย์จาบ, พระอาจารย์แดง และพระอาจารย์ถัน ซึ่งน่าแปลกตรงที่อดีตเจ้าอาวาสวัดนี้ล้วนแต่อยู่ครองวัดไม่นานก็ต้องสึกออกไป

จนกระทั่งถึงยุคของ "หลวงปู่เริ่ม" ที่นับว่าวัดมีความมั่นคงเจริญรุ่งเรืองอย่างเห็นได้ชัด

ท่านเป็น "เกจิมีครู" องค์หนึ่ง ซึ่งพระอาจารย์แต่ละท่านเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ มีคุณวิเศษระดับสุดยอด อย่างเช่น สมเด็จพระสังฆราช(อยู่) วัดสระเกศ, หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ, หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์

หลวงปู่เริ่ม มีราชทินนามสมณศักดิ์ว่า "พระครูศรีฉฬังคสังวร" เกิดในตระกูล "เฉียงเอก" ตรงกับวันที่ 7 ก.ค.2448 ณ บ้านเลขที่ 26 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บุตรของนายมิ่ง และนางเลี่ยม มีพี่น้องรวมทั้งสิ้น 11 คน

มีอุปนิสัยฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เยาว์วัย เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้เข้าอุปสมบทที่วัดแหลมฉบัง มีพระครูสุนทรธรรมรส วัดอ่างศิลา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์จั้ว และพระอาจารย์ลำดวน เป็นพระคู่สวด ได้รับฉายาว่า "ปรโม"

จากนั้นได้มาจำพรรษาและศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดจุกกะเฌอ ซึ่งขณะนั้นมีหลวงพ่อถัน เป็นเจ้าอาวาส เหตุที่ท่านไม่บวชที่วัดนี้ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีโบสถ์ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานก็มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาเพราะท่านประพฤติปฏิบัติดีให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวบ้าน

ล่วงถึงพรรษาที่ 6 หลวงพ่อถันมรณภาพ ท่านจึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อ และปีต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบล ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครู ซึ่งนับว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นนักปกครองที่ดี จากนั้นก็ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ และเจ้าคณะอำเภอตามลำดับ

งานด้านการปกครอง พ.ศ.2479 เป็นเจ้าอาวาสวัดจุกกะเฌอ, พ.ศ.2484 เป็นพระกรรมวาจารย์, พ.ศ.2485 เป็นพระอุปัชฌาย์, พ.ศ.2487 เป็นเจ้าคณะตำบลบึง-หนองขาม, พ.ศ.2518 รักษาการเจ้าคณะอำเภอศรีราชา, พ.ศ.2519 เป็นเจ้าคณะอำเภอศรีราชา, พ.ศ.2530 ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจุกกะเฌอเพื่อรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร (พระอารามหลวง) กิ่งอำเภอเกาะสีชัง ชลบุรี เพื่อสนองงานคณะสงฆ์

สมณศักดิ์ พ.ศ.2481 เป็นพระครูชั้นประทวน, พ.ศ.2493 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นตรี, พ.ศ.2507 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นโท, พ.ศ.2515 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นเอก, พ.ศ.2520 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก

จริงๆ แล้ว "หลวงปู่เริ่ม ปรโม" อดีตเจ้าอาวาสวัดจุกกะเฌอ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ท่านนิยมชมชอบในเรื่องวิชาอาคมมาตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาสแล้ว เมื่อรู้ว่ามีพระอาจารย์เก่งๆ มีชื่อเสียงอยู่ที่ใด จะดั้นด้นเดินทางไปกราบขอศึกษาเล่าเรียนด้วย อาจารย์องค์แรกของท่านคือ หลวงพ่ออ่ำ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองกระบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เจ้าตำรับเครื่องราง "แพะ" อันลือลั่นสนั่นเมือง

วิชาที่ได้จากหลวงพ่ออ่ำก็คือ วิชาฝนแสนห่า และสีผึ้งเจ็ดจันทร์ ซึ่งดีทางด้านเมตตามหานิยมชั้นสูง ซึ่งกว่าจะได้มาก็โดนทดสอบสมาธิและความกล้าด้วยการจับมัดมือไพล่หลังคร่อมตออยู่ริมป่าช้าผีดุ และให้คาถามา 4 ตัว บอกให้ภาวนาจนเชือกหลุด และท่านก็ทำได้จนหลวงพ่ออ่ำยอมรับไว้เป็นศิษย์

นอกจากนี้ ยังไปเรียนวิชาทำปลัดขิกกับหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ เรียนวิชาหนังหน้าผากเสือกับหลวงพ่อสาย วัดหนองเกตุน้อย ชลบุรี เรียนวิชาทำผง 12 นักษัตรจากหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ ปทุมธานี และวิชาอื่นๆ จากพระเกจิอาจารย์อีกหลายท่าน อาทิ หลวงพ่ออ่อง วัดหนองรี ชลบุรี, หลวงพ่อผุย วัดหน้าพระธาตุ, เจ้าคุณศรีฯ วัดอ่างศิลา เป็นต้น

สำหรับพระอาจารย์องค์สำคัญนั่นก็คือ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทัย) วัดสระเกศ กทม. ได้ไปขอศึกษาวิชาการสร้างพระปิดตา วิปัสสนากรรมฐาน และโหราศาสตร์ จนมีความเชี่ยวชาญไม่แพ้ผู้เป็นอาจารย์ สามารถดูดวงชะตาราศี เปลี่ยนดวงและสลับดวงชะตาได้

นอกจากเก่งทางด้านพุทธาคมแล้ว ยังมีความแตกฉานในวิชาแพทย์แผนโบราณ และนำมาใช้ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้านมาจนตลอดอายุขัย โดยในบั้นปลายชีวิตนั้น ท่านได้หันเข้าศึกษาวิปัสสนาเพื่อให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด จนกระทั่งถึงกาลมรณภาพเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2538 สิริอายุได้ 90 ปี พรรษา 70 พระราชทานเพลิงศพวันที่ 7 ก.ค. 2539

ด้านวัตถุมงคลนับว่าหลวงปู่เริ่มท่านสร้างไว้และปลุกเสกไว้หลายรุ่นด้วยกัน บางรุ่นนั้นมีมูลค่าบูชาสะสมค่อนข้างสูง เนื่องจากมีประสบการณ์ที่บางครั้งยากแก่การบรรยาย จนกลายเป็นความเชื่อถือยึดเหนี่ยวสืบต่อกันมาว่ามีคุณวิเศษดีเยี่ยม

โดยเฉพาะเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ปี 2507 ที่ระลึกงานฉลองพระครูสัญญาบัตรชั้นโท แม้อายุการสร้างเพียง 40 กว่าปี แต่ว่ามีประสบการณ์บ่อยครั้ง และหายากแล้ว อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงคือ พระกริ่งปรโม รุ่นแรก ปีพ.ศ.2527 ที่มีชนวนมวลสารคือ ชนวนพระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรกของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ กับแผ่นยันต์ 108 และนะปถมัง 14 นะ ตามตำราการจัดสร้างพระกริ่งโบราณและแผ่นยันต์สารพัดยันต์ที่ลงโดยหลวงปู่เริ่มอีกหลายร้อยแผ่น

เช่น ยันต์พัดโบก ยันต์มหาลาภ ยันต์โภคทรัพย์ ยันต์หงส์ทอง ยันต์ 12 นักษัตร พิธีปลุกเสก 3 วาระคือ ครั้งที่ 1 ปลุกเสกวัดจุกกะเฌอ จังหวัดชลบุรี โดย หลวงปู่เริ่ม ปรโม พ.ศ. 2527 ครั้งที่ 2 ปลุกเสกพิธีพระกริ่งชินบัญชร โดยหลวงพ่อสาคร มนุญโญ รุ่นแรก วัดหนองกรับ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2529 ครั้งที่ 3 ปลุกเสกพิธีพระกริ่งชินบัญชรมหาโสฬส วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2533 พุทธคุณเด่นทางเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปัจจุบันสนนราคามูลค่าเช่าหาว่ากันหลักหมื่นไปแล้ว

คอลัมน์ มุมพระเก่า
อภิญญา

 
 

Main Menu

VirtueMart Login