พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง พระกริ่ง วัดบวรนิเวศวิหาร (พระกริ่งปวเรศฯ-พระกริ่งไพรีพินาศ)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


พระกริ่ง วัดบวรนิเวศวิหาร (พระกริ่งปวเรศฯ-พระกริ่งไพรีพินาศ) PDF พิมพ์ อีเมล

พระกริ่ง วัดบวรนิเวศวิหาร (พระกริ่งปวเรศฯ-พระกริ่งไพรีพินาศ)

พระกริ่ง วัดบวรนิเวศวิหารต้นกำเนิดของพระกริ่งนั้นเข้าใจว่าคงจะเริ่มต้นในพุทธศาสนาแบบมหานิกายที่แพร่หลายในจีน และทิเบต โดยบรรจุเม็ดกริ่งเข้าไปในองค์พระไภษัชคุรุ ซึ่งหมายถึง "เภสัช" หรือ "ยา" เพื่อใช้แช่น้ำมนต์รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ในขณะบูชาต้องเขย่าองค์พระให้ดังกังวาลไปยังพระผู้มีพระภาคเจ้า เหมือนกับคติการตีระฆังเวลาทำบุญ

พระกริ่งจีนที่เข้ามาในสยามประเทศและมีชื่อเสียงโด่งดังก็เช่น พระกริ่งใหญ่ พระกริ่งจีนใหญ่ พระกริ่งเทาะละทีตีอ๋อง ส่วนที่มาจากเขมรก็มีกริ่งบาเก็ง และกริ่งหนองแส ซึ่งเราเรียกว่าชุด "กริ่งนอก"

ส่วนชุด "กริ่งใน" นั้นต้องยกให้พระกริ่งปวเรศฯ ซึ่งสร้างโดยสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งขึ้นชื่อลือลั่นส่งผลให้วัดบวรนิเวศกลายเป็นวัดสายพระกริ่ง

โดยเฉพาะสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ที่ทรงประทับอยู่ที่วัดบวรฯ มักจะสร้างพระกริ่ง เป็นประเพณีสืบทอดมา เช่น ในปี พ.ศ.2495 สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก มีพระชนมายุครบ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับบำเพ็ญกุศลฉลองพระชนมายุถวายเป็นพระราชกุศล และในปี พ.ศ.2496 ได้มีการประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมา ทีฆายุมหามงคล จัดสร้างวัตถุมงคลนามว่า "พระไพรีพินาศ"

โดยจำลองพุทธลักษณะของพระไพรีพินาศ เดิมเป็นนามของพระพุทธรูปศิลา ซึ่งมีผู้นำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงที่ราชสำนักเกิดเหตุการณ์วุ่นวายแล้วสามารถคลี่คลายลงได้ จึงถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลให้ศัตรูพ่ายแพ้ภัยตนเอง โดยจัดสร้างทั้งพระบูชา พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ เหรียญ ตลอดจนหม้อน้ำมนต์ ทั้งพระกริ่งปวเรศฯ และพระกริ่งไพรีพินาศ เป็นที่ต้องการของพุทธศาสนิกชนซึ่งปัจจุบันหาได้ยากเย็นมาก 
 
ยิ่งเป็นพระกริ่งปวเรศฯ ด้วยแล้ว ขอบอกเลยว่าโอกาสจะเจอยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ตั้งแต่เกิดมาเคยเห็นองค์แท้ๆ แค่ 2 องค์เท่านั้น องค์หนึ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดบวรฯ ดังนั้นใครที่จะเล่นพระกริ่งปวเรศฯ ขอเตือนด้วยความหวังดีว่า ถ้าไม่ชัวร์จริงหันมาเล่นพระกริ่งอื่นๆ สายวัดบวรฯ จะดีกว่า

ในปี พ.ศ.2552 นี้ต้องนับเป็นโอกาสอันดีของพวกเราชาวไทย ในวาระที่องค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะทรงเจริญพระชันษาครบ 8 รอบ สิริรวม 96 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม 2552 อีกทั้งยังเป็นวาระครบ 20 ปีแห่งการสืบทอดมหาศาสนากิจในการได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สถิตเป็นพระประมุขแห่งพุทธจักร และบำเพ็ญศาสนกิจเพื่อพระศาสนามาเป็นระยะเวลายาวนาน

จึงมีการจัดสร้างสิ่งสักการะอันเป็นมงคล "สายวัดบวรฯ" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ และเพื่อสืบทอดตำรับการสร้างพระกริ่งแห่งวัดบวรฯ ตามธรรมเนียมและกรรมวิธีโบราณ อันประกอบด้วย พระพุทธชินสีห์ เนื้อทองเหลือง รมดำ ขนาดหน้าตัก 9" พระกริ่ง 96 พรรษา เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และครอบน้ำมนต์ เนื้อทองแดง นับเป็นของดีสายวัดบวรฯ ที่ขอบอกว่าไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาด ประกอบพิธีเททองไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมานี้ โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์เป็นประธานเททอง กำหนดพิธีพุทธาพิเษกในวันที่ 22 ก.ย.ที่จะถึง ณ พระอุโบสถ วัดบวรฯ

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง :โดย ราม วัชรประดิษฐ์

 
 

Main Menu

VirtueMart Login