พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง พระนิรโรคันตราย ประวัติพระนิรโรคันตราย ตำนานพระนิรโรคันตราย
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


พระนิรโรคันตราย ประวัติพระนิรโรคันตราย ตำนานพระนิรโรคันตราย PDF พิมพ์ อีเมล

พระนิรโรคันตราย

พระนิรโรคันตรายฉบับนี้มาคุยกันถึง "พระนิรโรคันตราย" ซึ่งชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันเหมือน พระไพรีพินาศ หรือ พระนิรันตราย ฯลฯ ความจริงแล้ว พระนิรโรคันตราย นับเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่จัดสร้างในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวร และประการสำคัญคือ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างอีกด้วยครับผม

ความเป็นมาในการจัดสร้าง "พระนิรโรคันตราย" นั้น กล่าวคือ เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงหายจากพระประชวรหนัก ในปี พ.ศ.2467 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเทพรจนา (สิน ปฏิมาประกร) ปั้นหล่อพระพุทธรูปขึ้น เป็นพระพุทธรูปกะไหล่ทอง ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 6 นิ้ว สูงจากหน้าตักจรดยอดพระเกศเมาฬี 9.5 นิ้ว และสูงจากฐานจรดยอดพระเกศเมาฬี 13.5 นิ้ว ที่เบื้องซ้ายและขวาขององค์พระมีรูปนาคแปลงมีมนุษย์ คือ มีรูปนาคเจ็ดเศียรอยู่เหนือศีรษะซึ่งมีหน้าเป็นมนุษย์ มีเขี้ยว 2 ข้างที่มุมปาก ลำตัวด้านหน้าเป็นมนุษย์ ส่วนด้านหลังเป็นเกล็ดนาค มีขาข้างหนึ่งเป็นขามนุษย์ และอีกข้างหนึ่งเป็นขดหางนาค เชิญฉัตรกั้น 1 เชิญพัดโบก 1

ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2468 พระองค์มีพระราชดำริว่าในเดือนธันวาคมศกเดียวกันนั้น จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการฉลองสิริราชสมบัติที่ได้ผ่านพิภพพ้น 15 ปี เสมอด้วยรัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เตรียมการจัดทำพัดแพรปักขึ้น 2 ชนิด สำหรับรัชกาลที่ 2 ชนิด 1 รัชกาลที่ 6 ชนิด 1 กับทรงหล่อพระพุทธรูปขึ้น 16 องค์ ขนานนามว่า "พระนิโรคันตราย" เพื่อจะพระราชทานไว้ยังพระอารามหลวงฝ่ายมหานิกาย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงเททองหล่อ "พระนิโรคันตราย" พร้อมกับ "พระพุทธรูปประจำพระชนม พรรษา" ณ โรงพระราชพิธีในบริเวณสนามด้านทิศใต้ของโรงละครหลวง สวนศิวาลัย ใกล้พระอุโบสถพระพุทธรัตนสถาน ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 หากแต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ ก็เสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2468

เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสวยราชสมบัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพเมื่อวันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2468 เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกนามพระนิโรคันตรายใหม่ว่า "พระนิรโรคันตราย" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระนิรโรคันตราย

.....เจ้าพนักงานได้ตั้งพระแท่นมณฑลน้อยและโต๊ะหมู่ในพระแท่นมณฑล พร้อมด้วยเครื่องสักการบูชาที่ข้างผนังมุขตะวันออก เชิญพระพุทธรูปประจำพระชนมวารในรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 6 พร้อมด้วยพระนิรโรคันตราย 16 องค์ ทอดเครื่องนมัสการและพระแท่นทรงกราบ และเชิญพระบรมอัฐิรัชกาลที่ 2 มาประดิษฐาน ณ พระแท่นมนังคศิลาบาตรภายใต้พระมหาเศวตฉัตร มีเครื่องสักการะพระแท่นทรงกราบอีกที่ 1 และจัดสิ่งต่างๆ ในการพระราชพิธีนี้ไว้พร้อม...

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จ ออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทานพระบรมอัฐิและพระบรมศพแล้ว จึงโปรดพระราชทาน "พระนิรโรคันตราย" ไปยังพระอารามหลวงฝ่ายมหานิกาย 15 วัด และเก็บไว้ใช้ในราชการองค์หนึ่งตามที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชดำริไว้

ต่อมาในปี พ.ศ.2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการรักษาดินแดนจัดสร้างพระพุทธปฏิมาให้มีพุทธลักษณะเช่นเดียวกับพระนิ โรคันตราย ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น หากแต่ไม่มีนาคแปลงเป็นมนุษย์เชิญฉัตรและพัดโบก มีขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 69 นิ้ว รวม 4 องค์ พระราชทานนามว่า "พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ" ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดี และเป็นการดำเนินตามประเพณีของบุรพกษัตริย์ไทยที่ได้สร้างพระพุทธปฏิมาไว้ 4 มุมเมือง เพื่อเป็นการป้องกันและเสริมชะตาเมืองและให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญไปประดิษฐานเป็นหลักชัยไว้ ณ ทิศทั้งสี่ของประเทศไทย ที่ส่วนใหญ่เรียกขานนามกันว่า "พระสี่มุมเมือง"

ในปี พ.ศ.2538 กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสร้างพระพุทธรูปทองคำ ตามแบบพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ขนาดหน้าตัก 19 นิ้ว ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงหายจากอาการพระประชวรด้วยโรคเส้นพระโลหิตในพระทัยตีบตัน เมื่อต้นปี พ.ศ. 2538 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ว่า "พระพุทธนิรโรคันตราย" และรัฐบาลได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระพุทธนิรโรคันตราย พร้อมด้วยฉัตร 9 ชั้น ลายฉลุดุนนูนทองคำ ฝังเพชรพลอยนพเก้า แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2538 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระพุทธนิรโรคันตราย พร้อมด้วยฉัตร 9 ชั้น ไปประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม

การจัดสร้าง "พระนิรโรคันตราย" ยังคงนิยมสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบพระพุทธรูปบูชา เหรียญ ฯลฯ ด้วยเชื่อว่า ผู้สักการบูชาจะปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ภยันตรายต่างๆ และสร้างความสิริมงคลแก่ชีวิตครับผม

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์

 
 

Main Menu

VirtueMart Login