พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปศิลาขาว ศิลปะทวารวดี ประวัติ พระพุทธรูปศิลาขาว
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


พระพุทธรูปศิลาขาว ศิลปะทวารวดี ประวัติ พระพุทธรูปศิลาขาว PDF พิมพ์ อีเมล

พระพุทธรูปศิลาขาว ศิลปะทวารวดี ประวัติ พระพุทธรูปศิลาขาว

ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เป็นที่ประดิษฐาน 'พระพุทธรูปศิลาขาว' อันศักดิ์สิทธิ์

พระพุทธรูปศิลาขาวพระพุทธรูปศิลาขาว เป็นพระพุทธรูปศิลา ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 12-13 ขนาดหน้าตักกว้าง 110 เซนติเมตร สูง 368 เซนติเมตร กรมศิลปากรประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่พบในโบราณสถานวัดพระเมรุ จ.นครปฐม และวัดพระยากง จ.พระนครศรีอยุธยา เก็บรักษาภายในอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พระพุทธรูปทำจากศิลาสีขาวประทับนั่งห้อยพระบาท (ปรลัมพปาทาสนะ) บนบัลลังก์ พระหัตถ์ขวา กระทำวิตรรกมุทราหรือปางแสดงธรรม คือ การจีบพระอังคุฐ (นิ้วโป้ง) กับพระดัชนี (นิ้วชี้) เข้าหากัน เป็นวงกลม เป็นสัญลักษณ์ของธรรมจักร มีความหมายถึงการแสดงธรรม พระหัตถ์ซ้ายวางหงายเหนือพระชงฆ์ ทรงครองจีวรห่มเฉียงเรียบไม่มีริ้ว ชายจีวรตกลงด้านหน้าบริเวณกลางพระชงฆ์เป็นวงโค้ง บัวรองรับพระบาทเป็นบัวคว่ำบัวหงาย

สันนิษฐานว่าเดิมพระพุทธรูปประทับห้อยพระบาททำจากศิลาขาวนี้ มีทั้งหมด 4 องค์ประดิษฐานบนบัลลังก์หันพระปฤษฎางค์ (หลัง) เข้าหาสถูปประธานทั้ง 4 ด้าน ของ วัดพระเมรุ จ.นครปฐม ปัจจุบัน อัญเชิญไปประดิษฐานยังสถานที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้

องค์ที่ 1 ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

องค์ที่ 2 ประดิษฐานบนลานชั้นลดด้านทิศใต้ของพระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

องค์ที่ 3 จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

องค์ที่ 4 จัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระพุทธรูปประทับห้อยพระบาทองค์ที่ 1 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรงกับ พ.ศ.2404 ชาวบ้านที่ช่วยกันขนอิฐที่วัดพระเมรุ บังเอิญได้เห็นพระเกตุมาลาของพระพุทธรูปโผล่พ้นจอมปลวกใหญ่ จึงช่วยกันทำลายจอมปลวกออกจนพบพระพุทธรูปองค์นี้และได้อัญเชิญมาประดิษฐานใน พระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

พระพุทธรูปห้อยพระบาทองค์ที่ 2 องค์ที่ 3 และองค์ที่ 4 ประกอบจากชิ้นส่วนของพระพุทธรูป ซึ่งพบกระจัดกระจายตามที่ต่างๆ โดยพบส่วนของพระองค์ พระเพลา พระบาท และบัวรองพระบาท ที่พบพร้อมกับพระพุทธรูปประทับห้อยพระบาทองค์ที่ 1 และนำมาเก็บรักษาไว้ที่ระเบียงคดวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2501 ธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ได้รับแจ้งว่าพบเศียรพระพุทธศิลา 2 องค์ในร้านขายของเก่าย่านเวิ้งนครเขษม ซึ่งลักลอบนำมาจากวัดพระยากง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้ ยังพบพระพุทธรูปศิลาขาวอีกองค์หนึ่งประดิษฐานที่วัดขุนพรหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาใกล้กับวัดพระยากง ชาวบ้านเล่าว่าได้ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนของพระพุทธรูปศิลาขาวซึ่งพบที่วัด พระยากง

เมื่อธนิต อยู่โพธิ์ ไปดูที่วัดพระยากงก็พบชิ้นส่วนอื่นๆ ของพระพุทธรูปศิลาอีก จึงลองประกอบกับเศียรพระพุทธรูปที่มาจากร้านขายของเก่าแต่ไม่สามารถประกอบ กันได้สนิท และยังพบว่าพระพุทธรูปศิลาขาวที่วัดขุนพรหม ซึ่งปฏิสังขรณ์ด้วยการโบกปูนทับให้เรียบเสมอกันก็ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนของ พระพุทธรูปคนละองค์กัน จึงได้แยกส่วนต่างๆ ออกมาประกอบใหม่

แล้วนำชิ้นส่วนของพระพุทธรูปศิลาขาวที่เก็บรักษาไว้ ณ ระเบียงคด วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารมาลองประกอบด้วยก็พบว่าสามารถต่อกันได้อย่างสนิท จึงนำพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ซึ่งประกอบกันได้อย่างสมบูรณ์มาปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมและอัญเชิญไปประดิษฐาน ตามสถานที่ต่างๆ

 
 

Main Menu

VirtueMart Login