พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับพระกรุ พระร่วงนั่ง กรุบางขลัง จ.สุโขทัย
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


พระร่วงนั่ง กรุบางขลัง จ.สุโขทัย PDF พิมพ์ อีเมล

พระร่วงนั่ง กรุบางขลัง จ.สุโขทัย

พระกรุบางขลัง        จังหวัดสุโขทัย ราชอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ในสมัยโบราณ มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านการปกครอง สามารถขยายอาณาเขต ไปได้กว้างขวาง และด้านการศาสนา พระมหากษัตริย์ทุกๆ พระองค์ล้วนเป็นอัครศาสนู ปถัมภก ทำนุบำรุงพระบวรพุทธศาสนาและเผยแผ่สืบทอดเรื่อยมา จะเห็นได้จากโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่ยังคงปรากฏเป็นหลักฐานสืบมาจนถึงปัจจุบัน

         นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบ พระพุทธรูปและพระพิมพ์มากมายหลายพิมพ์ทรง บางพิมพ์ก็มีมาแต่ก่อนสมัยกรุงสุโขทัย อันนับเป็นมรดกล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น "พระกรุบางขลัง" หรือบางคนเรียกว่า "พระร่วงนั่ง กรุบางขลัง" นับเป็นหนึ่งในพระกรุที่เก่าแก่ของสุโขทัย ซึ่งแม้พุทธลักษณะองค์พระจะไม่งดงามเฉกเช่นพระกรุอื่นๆ แต่ถ้าพูดถึงทางด้านพุทธคุณแล้ว เรียก ได้ว่ามีความเข้มขลังสมชื่อ "บางขลัง" จริงๆ โดยเฉพาะทางด้านแคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี เป็นที่เลื่องลือทีเดียวครับผม

กิตติศัพท์ความขลังของ "พระกรุบางขลัง" นั้น มีกล่าวขวัญกันมาตั้งแต่ก่อนเปิดกรุเสียอีก มีอยู่เรื่องหนึ่งกล่าวกันว่า

         ณ ตำบลบางขัน ซึ่งเป็นตำบลเล็กๆ ในสุโขทัย สมัยก่อนยังไม่เจริญ พื้นที่เป็นป่ารกชัฏมีพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ขึ้นปกคลุม โดยเฉพาะ "ไผ่" ชาวบ้านจึงมักออกไปหาหน่อไม้ เมื่อเดินลึกเข้าไปก็พบถ้ำแห่งหนึ่งอันเป็นสถานที่ที่บรรจุพระกรุบางขลัง แต่มีเหตุการณ์ที่เรียกว่าเป็นความเข้มขลังและน่าอัศจรรย์เอามากๆ คือ เมื่อมีผู้หยิบพระกรุติดตัวออกมาแม้แต่เพียงองค์เดียว ผู้นั้นจะไม่สามารถหาทางออกจากถ้ำได้เลยเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกต แต่เมื่อนำพระกรุไปคืนที่เดิมก็จะออกจากถ้ำมาได้ ผู้ที่ทราบเรื่องและเดินทางเข้าไปพิสูจน์ต่างเป็นเหมือนกันทุกราย จึงสันนิษฐานกันว่าผู้สร้างอาจยัง ไม่ต้องการให้นำออกมาแพร่หลายในเวลานั้นก็เป็นได้

         ต่อมาเมื่อมีการหักร้างถางพงป่ารกชัฏนี้เพื่อทำเป็นไร่นา "พระกรุบางขลัง" จึงได้ปรากฏสู่สายตา และกลายเป็นที่นิยมสะสมอย่างกว้างขวางในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่อง โดยเฉพาะชาวเมืองสุโขทัยและผู้ที่ทราบกิตติศัพท์ความขลังและพุทธคุณ

         พระกรุบางขลัง เป็นพระเนื้อชิน แบบครึ่ง ซีก กรอบโดยรอบเป็นทรงสามเหลี่ยมชะลูด แบบพระผงสุพรรณ มีพุทธศิลปะแบบอู่ทอง ด้านหน้าองค์พระประทับนั่ง แสดงปางสมาธิเพชร ไม่มีอาสนะรองรับ พระเกศเป็นแบบเกศปลีสั้น ไรพระศกเห็นเป็นไรลากผ่านพระกรรณทั้ง 2 ข้าง แล้วผายออกเกือบจดพระอังสา พระพักตร์กลมแบบผลมะตูม พระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ ไม่ปรากฏเด่นชัด ลำพระศอนูน พระอังสากว้างและมนลง พระอุระใหญ่แล้วคอดกิ่วมาทางพระนาภีคล้าย "หัวช้าง" แบบพระผงสุพรรณ พระเพลาแคบผิดส่วน ช่วงหัวเข่าทั้งสองนูน ส่วนด้านหลังเป็นหลังลายผ้าหยาบและเป็นแอ่งกระทะเล็กน้อย

         เนื่องจาก "พระกรุบางขลัง" เป็นพระที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จึงเป็นธรรมดาที่ย่อมมีการทำเทียม ดังนั้น การพิจารณาพระแท้-พระเก๊ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เริ่มด้วยการสัมผัสขอบโดยรอบขององค์พระ เนื่องด้วยความคมของขอบจะลบเลือนไปตามกาลเวลา แต่ถ้าเป็นพระใหม่ขอบจะคม หรือถ้ามีการ ตัดหรือตกแต่งทำให้ลบเลือนด้วยวิธีอื่นก็จะสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างได้ อีกทั้งเรื่องเนื้อขององค์พระ พระเนื้อชินเมื่อผ่านกาลเวลายาวนานให้ใช้หลักการพิจารณาพระเนื้อชิน โดยทั่วไป คือ สังเกตผิวขององค์พระ ปฏิกิริยาต่างๆ ที่เกิดตามอายุ รวมถึงสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสนิมขุม รอยระเบิดจากภายในสู่ภาย นอก สนิมไข กระทั่งพื้นผิวภายนอกก่อนใช้หลังใช้ สังเกตให้ดี ของเทียมดูไม่ยากครับผม

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง :โดย ราม วัชรประดิษฐ์ข่าวสด

 
 

VirtueMart Login