พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับพระกรุ พระร่วงยืนพิมพ์ข้างรัศมี เนื้อชินสนิมแดง กรุดอนกระโดน จ.ชัยนาท
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


พระร่วงยืนพิมพ์ข้างรัศมี เนื้อชินสนิมแดง กรุดอนกระโดน จ.ชัยนาท PDF พิมพ์ อีเมล

พระร่วงยืนพิมพ์ข้างรัศมี เนื้อชินสนิมแดง กรุดอนกระโดน จ.ชัยนาท

พระกรุดอนกระโดน ขุดพบที่หมู่บ้านดอนกระโดน จ.ชัยนาท เมื่อวันขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปี ๒๕๒๓ ถือเป็นวันฤกษ์ดีที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วันกระทิงวัน” เจ้าของบ้านชื่อ ลุงเผื่อน และ ป้าชื่น นาคสังข์ ขณะถาดลานดินก่อนนวดข้าว พบ พระนาคปรกสนิมแดง ๑ องค์ จึงมั่นใจว่า จะต้องมีพระอยู่ใต้พื้นดิน จึงนำรถไถมาขุดดันดิน ปรากฏว่าเครื่องรถไถดับ จึงเอารถคันใหม่มาขุดดันดินแทน เครื่องยนต์ก็ดับอีกเช่นกัน

ทำอยู่ถึง ๓-๔ ครั้ง จึงต้องบวงสรวงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ใต้ดินในบริเวณที่จะขุดนั้น ใช้เวลาขุดหาเป็นบริเวณกว้างประมาณกว่า ๓ ชั่วโมง ขุดลึกลงไปในพื้นดินกว่า ๑ เมตร พบหินศิลาแลง ที่ใต้หินเป็นกองทราย พบไหสังคโลก ซึ่งบรรจุพระกรุ ประมาณ ๑๐ พิมพ์ เป็น พระร่วงนั่ง พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก

นอกจากนี้ยังพบพิมพ์ พระร่วงยืน อีกจำนวนประมาณเท่าๆ กัน รวมกันอยู่แบบละ ๓๐๐-๔๐๐ องค์ พระทั้งหมดรวมแล้วประมาณ ๑,๐๐๐ องค์ ตอนขึ้นจากกรุครั้งแรก พระร่วงยืนมีราคาเพียงองค์ละ ๑๐๐ บาท ส่วนพระร่วงนั่ง ราคาองค์ละ ๕๐ บาท

หลังจากนั้น ประมาณ พ.ศ.๒๕๒๕ มีการขุดพบพระเป็นครั้งที่ ๒ โดยการแอบขุดกันเอง กรุที่ ๒ นี้ ห่างจากกรุแรกประมาณ ๒๐ วา ต้องขุดลึกมากกว่ากรุแรก คือ ต้องขุดจนเจอตาน้ำที่อยู่ใต้ดิน ถึงจะพบพระที่จมน้ำอยู่ มีทั้งพิมพ์พระร่วงยืน และพระร่วงนั่ง พิมพ์เล็ก

กรุที่ ๒ นี้ ไม่ปรากฏพระร่วงนั่งพิมพ์ใหญ่เลย พระที่ขุดพบมีจำนวนมากมาย แต่พระที่สวยมีเพียงไม่กี่องค์เท่านั้น นอกนั้นมีสภาพไม่สมบูรณ์ แตกหัก ระเบิดร้าวรานไปหมด สรุปได้ว่า พระกรุที่ ๒ นี้ สู้กรุแรกไม่ได้ เพราะพระทั้งหมดจมแช่อยู่ในน้ำ ดังนั้นไขพระ, สนิม และเนื้อหาองค์พระ จะไม่สวยสมบูรณ์เท่าที่ควร

ขอขอบคุณ คุณวิเชียร โอรักษ์ (เชียร หันคา) เซียนพระแห่งเมืองชัยนาท ผู้ให้ข้อมูลว่าเป็น “พระบ้านผมเอง” เพราะร่วมอยู่ในเหตุการณ์เปิดกรุทั้ง ๒ ครั้ง ทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับ นายเกิด นาคสังข์ ลูกชายเจ้าของที่ดิน บ้านดอนกระโดน ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท ที่ครอบครองกรุพระนี้  เชียร หันคา บอกว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกเสียดายโอกาส เพราะช่วงนั้นไม่ได้สนใจพระเครื่องเลย ตามประสาวัยรุ่น 

พระกรุดอนกระโดน ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และนิยมของวงการพระคือ พระร่วงยืนพิมพ์ข้างรัศมี เนื้อชินสนิมแดง องค์พระบริเวณปลายยอดแหลม ริมขอบมีรัศมีขีดโดยรอบ ด้านหลังเป็นแอ่งเรียบ พุทธลักษณะองค์พระจัดอยู่ในเกณฑ์งดงามด้วยศิลป์

เป็นพระสมัยอู่ทองล้อหรือเลียนแบบลพบุรี  พระพักตร์สั้น พระเนตรและพระนาสิกโปน พระโอษฐ์กว้างพองาม พระศกผมหวี พระเกตุมาลาแบบยอดแหลม ลำองค์พระสมส่วน พระพาหาซ้ายปล่อยลงตรงๆ พระหัตถ์ขวาประทับแบบหงายที่พระอุระ มีพระนาภีบุ๋มนูนขึ้น

รัดประคดอยู่ต่ำกว่าสะดือ ปรากฏอยู่ ๒ เส้น มีลายเม็ดพริกติดกับรัดประคด จำนวน ๑๒ เม็ด ช่วยให้งดงามยิ่งขึ้น ไม่มีประจำยาม รอยพับสบงด้านหน้าเป็นปื้นใหญ่ มีรอยทิวเล็ก ๓ ทิว ห่มจีวรคลุมแนบเนื้อ สบงยาวกว่าจีวร  พระพาหาทั้งสองยื่นออกมาข้างหน้า ชายจีวรใหญ่ด้านล่างทั้ง ๒ ข้าง ปลายจะบิดม้วนนูนเกินขึ้นไปทับเส้นรัศมีด้านข้างทั้งสอง ทำให้แลดูเด่น แบบเน้นมีมิติที่ลงตัวสวยงาม

พระร่วงยืนพิมพ์ข้างรัศมี เนื้อชินสนิมแดง

พระร่วงยืนพิมพ์รัศมี กรุดอนกระโดน จ.ชัยนาท นี้ หากจะว่าไปแล้ว ดูเป็นพระขนาดเขื่องก็จริง แต่ด้วยความละเอียดอ่อน และประณีตงดงามของศิลปะแห่งช่างยุคนั้น สามารถสร้างสรรค์ความวิจิตรบนองค์พระได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง

ขนาดองค์พระ กรอบพิมพ์กว้าง ๒.๘ ซม. สูง ๘.๓ ซม. มีลักษณะเช่นเดียวกับ พระร่วงยืนข้างรัศมี กรุหนองแจง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพระเนื้อชินสนิมแดงเช่นเดียวกัน สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นพระที่สร้างในคราวเดียวกัน  เพียงแต่นำไปบรรจุกรุต่างสถานที่เท่านั้น

และเมื่อเป็นพระคนละกรุ ในความเหมือนย่อมมีความแตกต่าง ให้เป็นข้อสังเกตพิจารณาแยกแยะ กล่าวคือ พระร่วงยืนข้างรัศมี กรุหนองแจง องค์พระมีสนิมแดงที่แดงจัด เข้มและสดกว่า ขึ้นจากกรุเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๘

ส่วน พระกรุดอนกระโดน พบเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓-๒๕๒๕ ห่างกันประมาณ ๑๕ ปี จึงทำให้มีสิ่งที่ชี้ชัดได้ถึงความต่างกัน คือ ไขขาว ที่ปรากฏขึ้นปกคลุมตามพื้นผิวพระนั้น ของกรุหนองแจงไขขาว จะมีลักษณะบางกว่าของ กรุดอนกระโดน ซึ่งไขขาวจะหนากว่าค่อนข้างมาก ด้วยเหตุที่เป็นพระที่ถูกบรรจุอยู่ภายในกรุเป็นระยะเวลาอันยาวนานกว่านั่นเอง

ความแตกต่างของไขขาวพระ ๒ กรุนี้ คือ ออกไซด์อย่างหนึ่งของพระประเภทเนื้อชินสนิมแดง ที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากันจากอุณหภูมิความร้อนภายในกรุ กับมวลสารขององค์พระประเภทเนื้อตะกั่วที่ฝังอยู่ใต้ดิน ภายในโลหะทุกชนิด จะมีไขหรือน้ำมันคล้ายยางที่ทำหน้าที่ประสานระหว่างเนื้อโลหะต่อโลหะด้วยกัน เมื่อถูกความร้อน หรืออุณหภูมิสูง ในกาลเวลานานๆ ไขน้ำมันเหล่านั้นก็จะถูกขับออกมาจากภายในเนื้อมวลสาร โดยเฉพาะเนื้อตะกั่วจะมีไขที่เป็นน้ำมันมากกว่าโลหะชนิดอื่น ที่ขับออกมาจับเป็นคราบตามผิวพระเป็นเวลานาน จนจับตัวกันแข็งเป็นก้อน ยึดติดแน่นเคลือบเป็นคราบสีขาวมัน ปกคลุมตามผิวทั่วองค์พระ

อีกทั้งไขขาวมันยังผสมผสานกับเศษผงดิน ที่ฝังทับอยู่เป็นเวลายาวนาน  จึงเป็นที่มาของคำว่า ขี้กรุ ซึ่งยึดติดแน่นสนิทถาวรตามกาลเวลาทั่วผิวเนื้อองค์พระ ขี้กรุ นี้จึงเป็นจุดตายได้อีกจุดหนึ่ง ในการช่วยตัดสินชี้ชัดว่า เก่าแท้แน่นอนจริงหรือไม่ ต่างกับพระปลอมเลียนแบบ ซึ่งจะมีขี้กรุเป็นเศษฝุ่นผงดิน รวมสารเคมีประเภทกาวต่างๆ ผสมแปะติดแน่นไว้แบบอยู่ได้ไม่นาน ก็เสื่อมสภาพร่อน และหลุดลุ่ยจากผิวองค์พระ

พระร่วงยืนพิมพ์รัศมี กรุดอนกระโดน พุทธคุณดีเด่นทางด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรีไม่แพ้กรุอื่น รวมทั้งด้านมหาอำนาจบารมี ที่คู่ควรกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ต้องปกครองดูแลผู้คนราคาเช่าหาบูชา สภาพปานกลางเช่ากันหลักแสนกว่า ถึงสองแสน ตามสภาพที่ลดหลั่นกันไป สภาพเดิมๆ สวยคมชัดระดับแชมป์ หลักสามแสนกว่าถึงสี่แสน

พระร่วงยืนพิมพ์รัศมี เนื้อชินสนิมแดง กรุดอนกระโดน ที่มีสภาพสวยสมบูรณ์ จะเป็นพระที่มีความงดงามสุดแสนอลังการมาก ชมแล้วชวนหลงใหลตามพุทธศิลป์แห่งองค์พระ ชนิดที่ส่องดูแล้วไม่ค่อยจะยอมวาง แม้ว่าองค์พระจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีน้ำหนักมาก คือ ประมาณ ๕๗ กรัม ก็ตาม

"ชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ"

 
 

Main Menu

VirtueMart Login