พระอู่ทองนั่ง กรุทุ่งยั้ง พิมพ์ฐานบัวสองชั้นและพิมพ์ไม่มีฐาน พิมพ์

พระอู่ทองนั่ง กรุทุ่งยั้ง พิมพ์ฐานบัวสองชั้นและพิมพ์ไม่มีฐาน

พระอู่ทองนั่ง กรุทุ่งยั้ง         สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เราจะมาคุยกันถึง พระเครื่องของเมืองอุตรดิตถ์ หลายๆ ท่านคงจะไม่คุ้นเคยกับพระกรุของเมืองนี้ ซึ่งความจริงเมืองอุตรดิตถ์หรือเมืองลับแล เป็นเมืองเก่า เดิมเรียกว่า บกโพท่าอิฐ อยู่ในเขตเมืองพิชัย มีเมืองเก่าๆ อยู่หลายเมือง เช่น เมืองทุ่งยั้ง เมืองพิชัย เมืองฝาง และเมืองลับแล รวมกันเป็นเมืองอุตรดิตถ์

         ในปี พ.ศ. 2314 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เกิดสงครามระหว่างไทยกับพม่า "พระยาพิชัย" ได้เข้าสู้รบกับพม่าจนดาบหัก ต่อมาพิชัยจึงได้ชื่อว่า "เมืองพิชัย" ตามท่านเจ้าพระยาพิชัยนั่นเองครับ ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 บกโพท่าอิฐเป็นทำเลการค้าที่รุ่งเรือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้งเป็นเมืองอุตรดิตถ์ขึ้นกับเมืองพิชัย ต่อมาราษฎรได้อพยพจากเมืองพิชัยมาค้าขายที่เมืองอุตรดิตถ์มากขึ้น

         จึงทรงแต่งตั้งเจ้าพระยาสุรสีห์วิศิษฐ์ศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร) ให้ดำรงตำแหน่ง ข้าหลวงเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลพิษณุโลก ทั้งให้รวมเมืองพิจิตร และเมืองอุตรดิตถ์ มาขึ้นกับมณฑลพิษณุโลก เมื่อราษฎรย้ายจากเมืองพิชัยมามาก รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองพิชัยมาอยู่ที่เมืองบกโพท่าอิฐ ริมน้ำน่าน และให้เรียกว่าเมืองพิชัย ต่อมาพิชัยเดิมถูกลดฐานะลงเป็นอำเภอ และขนานนามเมืองพิชัยใหม่ว่า "อุตรดิตถ์" จนถึงทุกวันนี้

         อุตรดิตถ์ เป็นเมืองที่มีเรื่องเล่าขานมากมาย เช่น เมืองลับแล ที่เป็นเมืองลึกลับ และเป็นตำนานเล่าขาน นอกจากนี้ ยังแหล่งแร่เหล็กที่สำคัญและมีชื่อเสียงโด่งดัง คือเหล็กน้ำพี้ ถือกันว่าเป็นเนื้อเหล็กชั้นดี และมีอาถรรพณ์ดีในตัว ส่วนในเรื่องพระเครื่องก็โด่งดังไม่แพ้กัน คือพระเครื่องกรุทุ่งยั้ง ที่มีชื่อเสียงทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี เชื่อกันว่าน่าจะมีส่วนผสมของเหล็กน้ำพี้อยู่ แต่พระเครื่องกรุทุ่งยั้งนั้นก็ใช่ว่าจะหาพบกันได้ง่ายๆ ยิ่งในปัจจุบันก็แทบจะหาไม่ได้กันเลย แถมบางครั้งอาจจะไม่มีใครรู้จักเสียด้วยซ้ำ ส่วนเมืองทุ่งยั้งนั้นมีชื่อเสียงกันมานานแล้ว ตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย เพราะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญ มีชื่อเสียงในการทำสงครามกับพม่า จนได้ชื่อว่า "ทุ่งยั้ง" คือหยุดยั้งทัพพม่าได้นั่นเองครับ

         พระเครื่องกรุทุ่งยั้งมีพบด้วยกันหลายพิมพ์ แต่พิมพ์ที่เป็นยอดนิยมก็คือ พระอู่ทองนั่ง ซึ่งมีอยู่หลายพิมพ์เช่น พิมพ์อู่ทองฐานบัวสองชั้น พระอู่ทองพิมพ์ไม่มีฐาน พระอู่ทองพิมพ์เกศอุ เป็นต้น พระที่พบเป็นพระเนื้อชินเงิน ศิลปะเป็นแบบสุโขทัยยุคปลาย นอกจากพระอู่ทองแล้ว ที่กรุทุ่งยั้งยังพบพระลีลา ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ กับพระกำแพงลีลาเชยคางข้างเม็ดของเมืองกำแพงเพชรด้วยแต่ก็พบเป็นส่วนน้อย ในวันนี้ผมได้นำรูปพระอู่ทองกรุทุ่งยั้งมาให้ชมกัน ทั้งมีฐานบัวสองชั้นและพิมพ์ไม่มีฐานครับ

ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์