พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง มูลเหตุแห่ง การโจรกรรมลักลอบ ตัดเศียรพระพุทธรูป
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


มูลเหตุแห่ง การโจรกรรมลักลอบ ตัดเศียรพระพุทธรูป PDF พิมพ์ อีเมล

มูลเหตุแห่ง การโจรกรรมลักลอบ ตัดเศียรพระพุทธรูป

พระพุทธรูป         ข่าวการโจรกรรมพระพุทธรูปตามวัดวาอารามต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย และขยายวงกว้างขึ้นไปกว่าแต่ก่อน คือ ไม่เว้นแม้กระทั่งวัดใหม่อายุยังไม่ถึง 50 ปี แสดงถึงความต้องการ ณ ปัจจุบันนั้น ไม่เลือกประเภทของพระอย่างแต่ก่อน ว่าต้องเป็นพระเก่าแก่โบราณ หรือพระที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยม

         กล่าวอีกอย่างก็คือ อะไรที่แปลงเป็นเงินได้ก็กวาดหมด แต่ที่สร้างความสลดใจแก่พุทธศาสนิกชนตลอดจนประชาชนทั่วไปก็คือ ภาพของพระพุทธรูปที่ถูกตัดเศียรหักหายไป โดยการทุบบ้าง เลื่อยบ้าง บางองค์เอาไปไม่ทันยังปรากฏลอยใบเลื่อยให้เห็นอยู่ดูน่าสังเวชเป็นที่ยิ่ง

         ในอดีตนั้นการโจรกรรมลักลอบตัดเศียรพระ หรือลักขโมยนำศิลปวัตถุในบ้านเราปรากฏขึ้นมานานแล้ว โดยเฉพาะพระที่ทำจากสำริดหรือโลหะผสมรวมหล่อขึ้น จะถูก ลักลอบตัดเศียรกันไม่หยุดไม่หย่อน สาเหตุเนื่องมาจาก การหล่อพระโลหะสมัยโบราณ จะนำดินแกลบมาขึ้นหุ่นพระ ก่อนใช้ขี้ผึ้งพอกไว้ตรงกลาง หลังจากนั้นใช้ดินขี้งูเหลือมพอกอีกชั้นหนึ่ง พอหล่อโลหะในเบ้าหลอมเสร็จก็กรอกน้ำโลหะที่เรียกว่า "น้ำทอง" ลงไปยังส่วนกลางที่เป็นขี้ผึ้ง โดยหันเศียรพระลงดิน และกรอกจากด้านฐานพระลงมา น้ำทองร้อนๆ ก็จะไปแทนที่ขี้ผึ้งซึ่ง "สำรอก" ออก โลหะที่มีน้ำหนักมากเช่น ทองคำ ก็จะไปรวมกันอยู่ที่เศียรขององค์พระ ดังนั้นเมื่อมีการโจรกรรม ก็ไม่ต้องยกไปทั้งองค์ให้เสียเวลา เพราะตัดแต่เศียรแล้วนำไปหลอมจะได้ทองคำส่วนใหญ่

         นอกจากนี้ สาเหตุที่บรรดาโจรมุ่งเป้าไปที่เศียรพระเป็นสำคัญยังเนื่องมาจาก เศียรขององค์พระเป็นที่รวมของพุทธศิลปะ และแสดง ออกซึ่งความงดงามของฝีมือช่าง หากได้เศียรพระไปเท่ากับได้งานศิลปะที่เกือบสมบูรณ์ แล้วไปต่อองค์ใหม่หรือทำแท่นเฉพาะรองรับเศียรก็ดูดีมากแล้ว และในเศียรพระโบราณบางองค์มักนิยมทำกลไกเปิดปิดได้ โดยเฉพาะพระเนื้อโลหะ ส่วนที่ไม่ใช่โลหะก็ทำเป็นโพรงสำหรับเก็บพระเครื่อง แผ่นจารึกลานทอง ทองคำ พระธาตุ อัญมณี ฯลฯ เข้าทำนองเป็น "กรุ" อยู่ในเศียรพระ บรรดาคุณโจรทั้งหลายจึงมุ่งหมายเศียรพระเป็นสำคัญมากกว่าอย่างอื่น

         การโจรกรรมพระพุทธรูปเริ่มขยายกิจการมากขึ้น เนื่องจากมีใบสั่งจาก "เซียนพระ" หรือ "รังพระ" ซึ่งจะมีความรู้ทางศิลปะดี แต่จะมุ่งเป้าไปที่พระเก่าแก่ ต่อมาจากกระแสต่อต้านของสังคมและการหันมาให้ความใส่ใจกับมรดกทางวัฒนธรรมไทยมากขึ้น รวมถึงการที่ "ของหมด" ทำให้ใบสั่งต่างๆ ก็เริ่มลดน้อยถอยลง แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้เกิดกลุ่มโจรกรรมพระพุทธรูปกลุ่มใหม่ขึ้น เครือข่ายของการโจรกรรมพระพุทธรูปในรูปแบบใหม่นี้ จะไม่สนใจว่าพระจะได้ราคาสูงหรือไม่ หากแต่ใช้หลักเชิงปริมาณ คือ เอาเยอะเข้าว่า โดยมีคนกลางทำหน้าที่ "เหมา" เพื่อนำเศียรพระที่ได้ไปพักให้เรื่องซาลงระยะหนึ่ง ก่อนจะดำเนินการ "ศัลยกรรม" คือตกแต่งเพิ่มเติม ก่อนจะเรียก "ขา" ให้แวะเวียนกันเข้ามาดูใครถูกใจก็หยิบฉวยไปในราคาโรงงาน ก่อนที่จะนำไปปล่อยให้ลูกค้า

          การระวังป้องกัน นอกเหนือจากการล่ามโซ่หรือติดลงกรงเหล็กดัด อันแลดูไม่เป็นการสมควรแต่ก็จำเป็นต้องป้องกันไว้ก่อนแล้วนั้น ประเด็นสำคัญคือ ควรผลักดันให้ชุมชนในท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนรับรู้ในสมบัติของชุมชน ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินให้มากที่สุด ว่าวัดในชุมชนของตนมีโบราณวัตถุอะไรบ้าง มีการถ่ายรูปตลอดจนประวัติเผยแพร่ เพื่อจะได้ช่วยคอยสอดส่องดูแลและตรวจสอบความผิดปกติ การตีพิมพ์ภาพพระ หรือเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์ ในเว็บไซต์ ก็เป็นอีกประเด็นที่จะช่วยลด "ใบสั่ง" อย่างได้ผล เพราะผู้เช่าหาก็จะไม่เสี่ยงต่อการเช่าซื้อพระพุทธรูปที่มีที่มาที่ไปชัดเจน คนขายจะสร้างนิยายเพื่อหวังผลก็ยากขึ้น และยังเป็นหลักฐานในการติดตาม ช่วยกันดู ช่วยกันหา ได้อีกทางหนึ่งครับผม

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง :โดย ราม วัชรประดิษฐ์ข่าวสด

 
 

Main Menu

VirtueMart Login