พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ไสยศาสตร์ ลำดับการสร้างกุมารทองประยุกต์แก่กาลสมัย
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ลำดับการสร้างกุมารทองประยุกต์แก่กาลสมัย PDF พิมพ์ อีเมล

ลำดับการสร้างกุมารทองประยุกต์แก่กาลสมัย

จากที่กล่าวมาเกี่ยวกับเรื่องของกุมารทองนั้น นับตั้งแต่ เริ่มแรกที่ปรากฏมีการสร้างการทำกุมารทองกันขึ้นมา ซึ่งเท่าที่มี หลักฐานเชิงตำนานกล่าวไว้ว่าแรกเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดิน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ หรือ พระพันวสา ในวรรณคดี ไทยเรื่องขุนช้างขุนแผน โดยขุนแผนศิษย์พระอาจารย์คง วัดแค ผู้แก่กล้าในไสยเวทเป็นเจ้าตำรับ

ซึ่งเป็นการทำด้วยการเอาชีวิตจาก ทารกจริงๆ (ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเชื่อว่า วิชาการทำกุมาร ทองน่าที่จะมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว อย่างน้อยๆ ก็คงมีผู้ทำมาก่อน ขุนแผนบ้างแล้ว อาจเป็นรุ่นครูอาจารย์ของขุนแผน มีมาแต่อาจารย์ปูอาจารย์ทวดของขุนแผนโน่นแหละ เป็นแต่ไม่ปรากฏหลักฐานกล่าวถึง ไว้เท่านั้น จึงยากที่จะชี้ชัดในต้นตำรับที่แท้จริง ฉะนั้นก็ต้องอนุโลมฐานะเจ้าตำรับกุมารให้แก่ขุนแผนแสนสนิทไปโดยปริยาย)

หรือแม้กาลต่อๆ มาครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิชา ท่านจะลดหย่อน ผ่อนเบาอนุโลมมาใช้ซากทารกจากหญิงตายทั้งกลมแต่ก็ยังคงพิธีกรรม การสร้างการทำอย่างที่ขุนแผนเคยทำมาอย่างค่อนข้างครบถ้วน วิธีการสร้างกุมารทองอย่างนั้น พิจารณาดูแล้วไม่ใช่ของที่ จะทำกันง่ายๆ เลย อย่างการที่ต้องมาย่างทารกกันในโบสถ์ในวิหาร ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนาของวัดที่พระเณรท่านต้อง รักษาปัดกวาดให้สะอาดสะอ้านอยู่เสมอ การที่จะไปทำการประกอบ พิธีกรรมอย่างนั้นพระเณรคงไม่ยินยอมเป็นแน่

ครั้นเลื่อนออกมาจากวิหารมาทำโดยอาศัยเขตพัทธสีมาก็ เช่นกัน การที่จะไปก่อไฟเพื่อย่างซากทารกในที่โล่งแจ้งอย่างนั้นใน ยุคสมัยนี้ ข่าวคราวคงลือสะพัดไปไกลอย่างลือลั่นสะท้านเมืองอย่าง แน่นอน ข้อสำคัญที่ยิ่งไปกว่า จะถูกประโคมข่าวโดยหนังสือพิมพ์ สื่อมวลชนทุกแขนงซึ่งหูตารอบตัวมากยิ่งกว่าตาสับปะรด รับรู้และ ติดตามข่างสารได้อย่างว่องไวเหนียวแน่นชนิดเจาะลึกถึงไล้ถึงกึ๋นแล้ว คงจะไม่พ้นคดีความบ้านเมืองในข้อหาฆ่าผ่าศพ ลักศพ ทารุณศพ ไปได้ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนั้นขุนแผนแสนสนิทผู้เรืองฤทธิ์ในวิชาคงไม่พ้น ที่จะต้องไปเดินบิดอยู่ในคุกในตะรางเป็นแม่นมั่น

ด้วยเหตุนั้นการสร้างการทำกุมารทองของครูบาอาจารย์ท่าน ผู้เรืองเวทวิทยาคมในยุคต่อๆ มา ทั้งท่านที่เป็นฆราวาสและบรรพชิต จึงมีการพัฒนาพิธีกรรมการสร้างให้เหมาะสมกับยุคสมัยมาเป็นลำดับ เริ่มจากขุนแผนที่ต้องฆ่าแม่เพื่อเอาลูกมาย่าง มาทำพิธีให้เป็น กุมารทองแล้ว ก็มาเป็นการแสวงหาศพหญิงตายทั้งกลม แอบไปขุดศพ ขึ้นมาทำพิธีผ่าเอาซากทารกมาประกอบพิธีกรรมแทน

ต่อๆ มาก็หันมาใช้วัตถุอาถรรพณ์ อย่างจำพวกกระดูกผี ตายโหง ดินโป่ง ดิน ๗ ป่าช้า ฯลฯ มาเป็นมวลสารสร้างองค์กุมาร ทำพิธีเรียกเชิญวิญญาณที่มีฤทธิ์มาสิ่งสู่เพื่อให้มีฤทธิ์มีเดช แทนการ ใช้จิตวิญญาณเดิมของร่างกุมารทอง วิธีการที่พัฒนามาแล้วนี้ก็ใช้ว่าจะหามวลสารกันมาได้ง่ายๆ การสรางการทำการประกอบพิธีกรรมก็ยังคงยุ่งยากอยู่ดี

ดังนั้นในกาลต่อมาหลังจากนั้น ครูบาอาจารย์ผู้เรืองรองวิชา จึงคิดวิธีการใหม่ โดยหันมาใช้ไม้มงคลจำพวกไม้โพธิ์ ไม้มะยมป่า ไม้รักป่า ขั้นแรกก็เจาะจงเอาแต่เฉพาะไม้ที่ตายพราย คือยืนแห้งตาย เอง ซึ่งก็ใช่ว่าจะหากันมาได้ง่ายๆ จึงอนุโลมลดหย่อนลงมาอีกให้ใช้ ไม้สดก็ได้แต่กำหนดให้ได้เฉพาะกิ่งไม้ที่ชี้ไปทางทิศตะวันออกเท่านั้น มาทำการแกะเป็นรูปกุมารเพื่อประกอบพิธีกรรม

ซึ่งก็สามารถสร้าง หรือทำขึ้นได้ครั้งละตนเท่านั้น การสร้างการทำกุมารทองก็ยังมีข้อจำกัด มากมายอยู่ดี การพัฒนาเพื่อลดหลั่นความยุ่งยากซับซ้อนในการสร้างกุมาร ทองจึงไม่อาจหยุดยั้งแต่เพียงแค่นั้น เพื่อให้การสร้างสะดวกยิ่งขึ้น และสามารถผลิตกุมารทองขึ้นในแต่ละครั้งแต่ละคราว ในการ ประกอบพิธีกรรมมีจำนวนมากพอต่อความต้องการของผู้สนใจใน ด้านนี้ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย

จึงมีการประยุกต์พิธีกรรมอีกขั้นหนึ่ง คือนอกจากจะใช้ ไม้มงคลแกะเป็นรูปหุ่นกุมารเพื่อทำพิธีปลุกเสกในคราวเดียวครั้งละ มากๆ แล้ว วัสดุที่นำมาใช้เป็นหุ่นกุมารทองยังได้ถูกลดหย่อนมาใช้ ในสิ่งที่หาได้ง่ายยิ่ง โดยการนำดินเผา ปูนปลาสเตอร์ หรือแม้กระทั่ง โลหะจำพวกทองเหลือง ทองแดงมาปันมาปั๊มทำเป็นหุ่นแทนการทำ อย่างเดิมๆ แต่สมัยก่อนรูปหุ่นกุมารทองในยุคนี้สมัยนี้นอกจากจะมีรูปทรงที่สวยงาม แล้วสีสันยังงามตาอีกด้วย การเก็บรักษาบูชาก็ไม่ยุ่งยากดั่งสมัยก่อน ส่วนในเรื่องความขลังความศักดิ์สิทธิ์กุมารทองในยุคนี้จะมีฤทธิ์มาก เหมือนกุมารทองในยุคก่อนหรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับจิตกับฤทธิ์ วิชา ความเป็นผู้ทรงเวทวิชาขลังของครูบาอาจารย์ท่านผู้สร้างขึ้นและ ความเชื่อมั่นศรัทธาของผู้บูชาเป็นสำคัญดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า

การทำกุมารทองนั้นกรรมวิธีในการทำจะลึกล้ำพิศดารแค่ไหน ก็ตามหาได้มีความสำคัญไม่ ความสำคัญอยู่ที่ “จิต” ของเราต่างหาก หากจิตของเราเชื่อมั่นกุมารทองก็ขลัง! ถ้าเราเชื่อมั่นว่ากุมารทองสามารถทำอะไรๆ ได้ กุมารทองก็ทำได้!

แต่ถ้าเราเกิดความสงสัย ไม่แน่ใจในความสามารถของกุมาร ทองกุมารทองก็คือเศษไม้เศษปูนที่เขาปั้นเขาแกะเป็นรูปเด็กเท่านั้น ว่ากันถึงครูบาอาจารย์ผู้ทรงเวทวิชาในการทำกุมารทองหรือ “เกจิกุมารทอง” ในยุคนี้ เท่าที่รู้ข่าวกระแสมาก็มีอยู่หลายสำนักหลาย ครูบาอาจารย์ บ้างก็มีชื่อเสียงเลื่องลือขึ้นชื่อว่าเป็นเอกอุทางด้านกุมารทองเป็นเฉพาะบ้างก็เป็นแต่ได้ชื่อว่ากุมารทองให้เช่าบูชาเท่านั้น

ตามอายุอานามที่ผ่านมาหลายสิบฤดูฝนนั้น ที่ผู้เขียนได้รู้ กิตติศัพท์มานั้นครูบาอาจารย์ที่เลื่องชื่อลือนามทางด้านการทำกุมารทอง ตามวิธีการและพิธีกรรมแผนใหม่ที่ได้มีการพัฒนามาแล้ว สามารถ สร้างกุมารทองที่มีฤทธิ์มีเดชอย่างน่าอัศจรรย์เห็นจะไม่มีใครเกิน
หลวงพ่อเต๋ คังคสุวัณโณ (คงทอง) แห่งวัดสามง่าม หรือ วัดอรัญญิการาม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม แม้ยุคกาลต่อมา จะมีครูบาอาจารย์ทางด้านการทำกุมารทองจะมีประกาศตนออกมา เป็นจำนวนมาก กิตติศัพท์และเกียรติคุณความเป็นยอดเกจิด้าน กุมารทองก็ยังไม่มีท่านใดทาบรัศมีของหลวงพ่อเต๋ได้ แม้แต่ลูกศิษย์ ลูกหาที่ได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากท่านโดยตรง อย่างชนิดที่เรียกว่า เป็นศิษย์ก้นกุฏิ ได้รับการถ่ายทอดประสิทธิ์วิชามาจากหลวงพ่อเต๋ อย่างหมดไล้หมดภูมิ ก็ยังไม่อาจสร้างชื่อเสียงให้เด่นดังในทางนี้อย่าง เลื่องลือได้ใกล้เคียงกับผู้เป็นอาจารย์

ฤทธิ์เดชกุมารทองของหลวงพ่อเต๋ กล่าวกันว่าขลังกล้า อย่างเรืองฤทธิ์ ถึงจะเป็นรองยอดเกจิอาจารย์แต่โบรํ่าโบราณอยู่บ้าง ก็ไม่กี่ขุม ประสบการณ์อันเป็นที่ยืนยันในความขลังแห่งกุมารทองของ หลวงพ่อเต๋ ที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ทราบมาจากผู้ใกล้ชิดซึ่งเคยมีกุมารทองของหลวงพ่อเต๋ ไว้บูชาก็คือท่านที่ผู้เขียนเคยอ้างถึงไปแล้ว คือคุณ พงษ์พร เกิดรัตน์ หรือ คุณฐากูร เกิดรัตน์ นักปฏิบัติธรรมวัยหนุ่ม ซ้ำยังรูปหล่อคู่คี่กับพระเอกหนังไทยในยุคนี้อุกต่างหาก ซึ่งเป็นผู้นำ หมู่คณะผู้ศรัทธาในบุญและการปฏิบัติภาวนา ไปกราบครูบาอาจารย์ ตามวัดต่างๆ ในนามสัจธรรมทัวร์ในทุกวันนี้

กุมารทองที่เช่าบูชามาจากหลวงพ่อเต๋ ตนนี้มีชื่อว่าอภิชัย  มีความขลังความศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อเช่ามาบูชาแล้วได้บันดาลลาภบันดาล ผลตามที่อธิษฐานขอให้ช่วยอย่างน่าพอใจตนเองเคยได้ลาภจากกุมารทองตนนี้มาหลายครั้งแล้ว และนอกจากให้ลาภทั้งลาภลอยและ ลาภจากการงานแล้วกุมารทองตนนี้ยังทำหน้าที่เป็นยามรักษาความ ปลอดภัยคือฟ้าบ้านเฝ้าช่องให้ปลอดภัยจาการถูกโจรกรรมได้อีกด้วย

ในเรื่องนี้ได้รับรู้จากคนบ้านใกล้เรือนเคียงมาว่า ในขณะที ทุกคนไม่อยู่ ผู้ใหญ่ไปทำงาน เด็กไปโรงเรียน ส่วนผู้ใหญ่ในบ้าน ซึ่งอยู่ในวัยชรากำลังนอนหลับพักผ่อน คนที่เดินผ่านไปมาหน้าบ้าน มักมีความรู้สึกเหมือนกับว่าขณะนั้นเวลานั้นบ้านนี้ไม่ต้องการให้ใคร มารบกวน...ไม่ต้อนรับแขก ทั้งๆ ที่เวลาที่มีคนอยู่กันเต็มบ้าน จะผ่าน มาผ่านไป หรือแวะเข้ามาพูดคุยตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง ไม่เคยรู้สีกอย่างนั้นเลย

แม้จะมีข้อดีถึงอย่างนั้นแต่ก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งที่ว่า กุมาร ทองอภิชัยตนนี้เป็นกุมารทองที่อารมณ์ดี ขี้เล่นเกินพอดีไปสักหน่อย มักแสดงฤทธิ์แสดงตนให้คนในบ้านเห็นบ่อยๆ โดยเฉพาะกับเด็กๆ มักปรากฏตนมาหยอกล้อไม่เว้นแม้แต่เวลานอนหลับ จนเป็นที่หวาด ผวากันทั่วหน้า ซึ่งไม่เฉพาะแต่หลานๆ ที่ยังอยู่ในวัยเด็กเท่านั้น แม้ ผู้ใหญ่บางคนในบ้านก็ยังต้องรู้สึกอย่างนั้น

เคยได้จุดธูปบอกกล่าวขอร้องแล้วหลายครั้งหลายคราวว่า อย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้ใครเขากลัวนะ แรกบอกก็เชื่อฟังกันดีอยู่ หรอก แต่พอนานวันเข้าก็กลับมาทำเหมือนเดิมอีก ท่านผู้ใหญ่ในบ้าน จึงได้ขอร้องแกมบังคับให้นำไปไว้เสียที่อื่น โดยคนอื่นๆ ในบ้านก็เห็น ด้วยว่าควรที่จะทำอย่างนั้นได้แล้วคุณพงษ์พรจึงจำต้องยอมทำตาม ที่ยินยอมโดยง่ายนั้นไม่ใช่แต่เฉพาะการถูกร้องขอเท่านั้น เป็นแต่เวลานั้นคุณพงษ์พร เองก็มีสถานการณ์บังคับให้ต้องทำด้วย เพราะตนเองได้พัฒนามาเป็นพ่อลูกอ่อนด้วยความตั้งใจร่วมกับผู้เป็น ภรรยา จึงเกรงว่ากุมารทองอภิชัยจะมาหยอกมาล้อลูกน้องของตน ให้งอแง

ซึ่งจะทำให้ทั้งพ่อและแม่คือคุณพงษ์พรและภรรยาไม่เป็น อันหลับอันนอน แม้ไปทำงานข้างนอกในยามกลางวันก็ไม่อาจวางใจ ได้สนิท เมื่อเหตุการณ์ประจวบเหมาะอย่างนั้นจึงจำใจต้องนำกุมารทอง อภิชัยที่เคยให้ลาภให้ผลจนเป็นที่พอใจมาที่สำนักงานนิตยสารคนพ้น โลกมาให้อาจารย์ปถัมภ์ เรียนเมฆ ซึ่งเป็นเจ้าสำนักที่แก่กล้าในพลังจิต ด้วยฤทธิ์ “วิชาพระธรรมจักร” เป็นผู้ถอดถอนมนต์คาถาปลดปล่อย จิตวิญญาณที่สถิตในกุมารทองให้ไปสู่สุคติภพตามบุญวาสนาของตน ดังกล่าวข้างต้น

แต่ถึงอย่างไรก็ตามคุณพงษ์พรก็ยอมรับว่าตนเองรู้สึกเสียดาย ของดีของขลังนั้นอยู่ไม่น้อยแต่ด้วยเหตุสถานการณ์จึงจำต้องตัดใจ

 
 

Main Menu

VirtueMart Login