พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ ลูกศิษย์ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ลูกศิษย์ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ PDF พิมพ์ อีเมล

ลูกศิษย์ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่

 

เช้าวันนั้นพวกเราตื่นกันตงแต่เช้าตรู่ ตามที่ได้มีการนัดหมายกันว่าจะไปทที่วัดหนองบัวรอง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเข้าไป นมัสการหลวงพ่อคูณที่มาจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ ตามที่หลวงพ่อคูณเคยให้ สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าต้องการจะมาพักผ่อนสักระยะหนึ่ง โดยไม่มีกำหนดกลับวัดบ้านไร่

ในช่วงนั้น สื่อมวลชนต่างเสนอข่าวหลวงพ่อคูณเบื่อพฤติกรรมของลูกศิษย์ลูกหาบางคน ทีแย่งชิงผลประโยชน์ในการสร้างวัตถุมงคล จนถึงกับมาฆ่ากันตามที่เป็นข่าว

“ช่วงนี้หลวงพ่อคูณอาพาธ มาจำวัดอยู่ที่วัดหนองบัวรอง” อาจารย์ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสชื่อดังบอกพวกเรา

“อาการเป็นอย่างไรบ้าง” ข้าพเจ้าถาม

“ก็โรคคนแก่ทั่วๆ ไปนี่แหละ” ซินแสชื่อดังบอก การเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อคูณคราวนี้ เราไปกันขบวนใหญ่ โดยการน่าของอาจารย์ภาณุวัฒน์ ซึงมีรถมาจากกรุงเทพฯ ตามมาสมทบ หลายคัน

ข้าพเจ้านั่งรถเบนซ์สีเลือดหมูของอาจารย์ภาณุวัฒน์ โดยอาจารย์ ภานุวัฒน์นั่งข้างหน้าข้าพเจ้านั่งข้างหลัง

“นี่คุณรู้ไหมว่าที่ผมเดินทางไปหาหลวงพ่อคูณเที่ยวนี้ ผมไป ทำไม” อาจารย์ภาณุวัฒน์ชวนคุยขณะที่นั่งรถไปด้วยกัน

น้องเล็กคนขับรถประจำตัวของอาจารย์เหลือบตามองมาทางข้างหลัง แล้วรบหลบตาไปมองถนนตามปกติ

ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศสองข้างทางที่รถแล่นผ่าน เพื่อมุ่งหน้าไป ยังวัดหนองบัวรองมาก

ข้าพเจ้านั่งปล่อยอารมณ์มองไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย รู้สึกมันเพลินตา เพลินใจอย่างมีความสุขที่ได้โบยบินไปตามท้องไร่ท้องนา เพียงแค่สองชั่วโมงกว่าๆ รถก็แล่นเข้าเขตเมืองโคราช

“ไปทำไมหรือครับ” ข้าพเจ้าย้อนถามกลับไปบ้าง

“ลูกศิษย์หลวงพ่อคูณเขาเชิญให้ไปดูฮวงจุ้ยให้หลวงพ่อคูณ”

“จริงหรือ...ไปดูฮวงจุ้ยให้หลวงพ่อคูณ”

“จริง คราวก่อนผมไปดูมาหนหนึ่งแล้ว แนะนำไปแล้วว่ากุฏิที่ ท่านนอนอยู่นั้นเขาจัดให้หลวงพ่อคูณไม่ถูก แต่ผมบอกเขาให้แก้แล้ว วันนี้ก็เลยจะเข้าไปดูว่าเขาแก้ไขให้ถูกต้องแล้วหรือยัง” อาจารย์ภาณุวัฒน์ พูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

แต่ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ติดตามไปดูดวงให้หลวงพ่อคูณ ซึ่งถ้า หากมีใครมาบอกข้าพเจ้าว่าขนาดหลวงพ่อคูณยังเคยให้ซินแสภาณุวัฒน์ ดูดวงให้เลย ใครจะเชื่อ
ข้าพเจ้าเตรียมเซ็กฟิล์มในกล้องว่าพร้อมที่จะกดชัตเตอร์หรือไม่ ข้าพเจ้าชอบใช้กล้องขนาดเล็กๆ ที่พกติดตัวได้ง่าย จะหยิบขึ้นมาถ่าย เมื่อ1ไหร่ก็คล่องแคล่วว่อง1ไว กว่ากล้องดิจิตอลที่เขานิยมกันในขณะนี้

ใครจะหาว่าเชย หรือไม่ทันสมัยก็ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าถนัดของ ข้าพเจ้าอย่างนี้ ก็ใช้อย่างนี้มากว่า ๒๐ ปีของชีวิตนักข่าวแล้ว และ อยากจะบอกว่า ข้าพเจ้าเคยได้ภาพเด็ดๆ ลงหน้ามามากต่อมาก แล้ว สกู๊ปชิ้นสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้เดลินิวส์ ข้าพเจ้าก็ได้กล้องเล็กๆ นี่แหละ ที่ยกขึ้นเล็งก็กดภาพได้เลยไม่ต้องเสียเวลาปรับให้ยุ่งยาก

ถึงแล้ววัดหนองบัวรอง ที่หลวงพ่อคูณมาจำพรรษา เพื่อต้องการ จะพักผ่อน ยุติความวุ่นวายของพวกลูกศิษย์ลูกหาที่แย่งชิงผลประโยชน์กัน
ทางวัดขึ้นป้ายซวนเชิญให้ญาติโยมมากราบไหว้หลวงพ่อคูณที่มา จำพรรษาอยู่ที่นี่ตัวเบ้อเริ่ม

ภายในวัดเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนกับวัดบ้านไร่ที่ข้าพเจ้า เคยไปสัมผัสมา

พอรถของคณะอาจารย์ภาณุวัฒน์เข้าไปจอดใต้ร่มไม้ พวกกรรม การวัด ลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อคูณก็มาต้อนรับกันอย่างอบอุ่น

“เชิญทางนี้เลยครับอาจารย์” คุณสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวง มหาดไทย ลูกศิษย์คนโปรดของหลวงพ่อคูณมาต้อนรับพวกเรา

แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงบันไดศาลาการเปรียญ ที่เขาจัดห้องกระจกมีม่านขึงรอบอย่างสวยงามเพื่อให้หลวงพ่อคูณจำวัด

กองทัพนักข่าวก็บุกมาล้อมหน้าล้อมหลังอาจารย์ภาณุวัฒน์

“อาจารย์มาทำอะไรเหรือครับ” นักข่าวของจังหวัดนครราชสีมาถามเตรียมจดคำสัมภาษณ์ทันที

อาจารย์ภาณุวัฒน์พูดอะไรไม่ออกอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ เพราะไม่รู้จะพูดบอกนักข่าวอย่างไรดี ว่าที่จริงแล้วที่อาจารย์เดินทางมาดูดวงให้หลวงพ่อคูณในวันนี้ก็ไม่ได้บอกนักข่าวคนไหนเลย (นอกจากข้าพเจ้า) ที่ไว้ใจว่าคงไม่เอาไปลงข่าว จึงอนุญาตให้ติดตามมาด้วย

“มานมัสการหลวงพ่อคูณธรรมดา” ข้าพเจ้าตอบแทน

“อ้า...แค่มาไหว้หลวงพ่อคูณ ทำไมข้างในต้องให้ผมมาด้วย” นักข่าวพูดไปบ่นไปที่ผิดหวังไม่ได้ข่าวอะไรจากอาจารย์ภาณุวัฒน์

“เมื่อวานผมก็ให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้วนี่ถึงดวงนายกรัฐมนตรี ดวงของรัฐมนตรีว่าใครดวงดีบ้าง ดวงตกบ้าง” อาจารย์ภาณุวัฒน์พูดแล้วยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง เพียงชั่วเวลาผ่านไปไม่กี่นาที ปรากฏว่ามีนักข่าวทีวี นักข่าวไทยรัฐ นักข่าวเดลินิวส์ประจำท้องถิ่นมายืนล้อมอาจารย์ภาณวัฒน์กัน เต็มไปหมด

ข้าพเจ้ารู้โดยสัญชาตญาณของนักข่าวทันทีว่า นักข่าวที่อยู่ข้าง ในกอง บ.ก.เขาคงรู้ว่าอาจารย์ภาณุวัฒน์จะต้องมาดูดวงให้กับหลวงพ่อ คูณอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นไม่สั่งให้นักข่าวท้องถิ่นมาตามเก็บภาพกัน มากมายใหญ่โตขนาดนี้ แต่อาจารย์ภาณุวัฒน์ และกรรมการวัดเขาไม่ ต้องการให้เป็นข่าว ว่าหลวงพ่อคูณดูดวงกับอาจารย์ภาณุวัฒน์ ทุกคน จึงปิดปากเงียบ

ข้าพเจ้ายังนึกอยู่เลยว่า ถ้าหากนักข่าวเขาได้ภาพหลวงพ่อคูณ กำลังแบมือให้อาจารย์ตรวจดูดวงชะตา หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นจะต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอย่างแน่นอน เพราะมันรู้สึกจะสวนกระแสประชาชน เหลือเกิน ที่เคยเห็นแต่ภาพหลวงพ่อคูณเคาะหัวให้นักการเมือง เคาะ หัว หรือเป่ากระหม่อมให้นักมวยก่อนไปชื้นเวทีชิงแชมป์โลก แต่นี่กลับ มาแบมือให้หมอดูทำนายดวงชะตาตัวเองบ้าง

ในขณะที่นักข่าวทุกฉบับ ทีวีทุกช่องพากันผิดหวังไม่ได้ภาพ ได้ ข่าวอะไรเลย แต่ข้าพเจ้ากลับกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจคนเดียวที่รู้ความลับว่า ที่อาจารย์ภาณุวัฒน์มาวัดหนองบัวรองวันนี้ ที่แท้แอบมาดูดวงให้ หลวงพ่อคูณนี่เอง

ข้าพเจ้าอยากรู้ว่าหลวงพ่อคูณจะถามอาจารย์ภาณุวัฒน์ว่าอย่างไร บ้าง เพื่อจะได้เตรียมคำถามไว้สัมภาษณ์หลวงพ่อคูณบ้างว่า ทำไม ถึงต้องให้อาจารย์ภาณุวัฒน์ดูดวงให้ ทั้งๆ ที่ท่านก็เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นเทพเจ้าแห่งด่านขุนทด ที่ใครๆ ก็ราลือกันว่ามีญาณวิเศษ รู้อะไร ล่วงหน้า ทำไมจะต้องมาให้หมอดูเดินดินช่วยดูดวงให้ด้วย

แต่เพื่อไม่ให้นักข่าวที่มารู้สึกผิดหวังที่ไม่มีอะไรส่งให้กอง บ.ก.เลย อาจารย์ภาณุวัฒน์ก็เปิดโอกาสให้นักข่าวทุกฉบับ ทุกช่องสัมภาษณ์ถึง ดวงรัฐบาลทักษิณ อีกรอบหนึ่ง
นักข่าวก็ถามซ้ำประเด็นเดิมๆ ที่เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว แต่มีนักข่าวไทยรัฐกับช่อง ๗ นึกขึ้นมาได้ว่า ถึงจะไม่ได้ภาพเด็ด หลวงพ่อคูณให้หมอดูดูดวงก็ตาม ขอให้อาจารย์ภาณุวัฒน์ไปนั่งแบมือ ให้หลวงพ่อคูณดูดวงให้ หรือเคาะหัวให้ก็ดีเหมือนกัน ดีกว่าไม่ได้อะไร ติดมือไปเลย

สรุปว่านักข่าวก็ช่วยกันจัดฉากบอกให้อาจารย์ภาณุวัฒน์ไปนั่งให้ หลวงพ่อคูณดูดวงให้ แล้วเคาะหัวให้ตามที่นักข่าวหัวใสคนนั้นนึกขึ้นได้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในช่วงท้ายของเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟังว่า ช็อตเด็ดจริงๆ ที่หลวงพ่อคูณแบมือให้หมอดูชื่อดังดูดวงให้นั้นมันเป็นอย่างไรต่อ

ตัดฉาก...อาจารย์ภาณุวัฒน์ต้องไปนั่งแบมือให้หลวงพ่อคูณดูดวง แล้วเคาะหัวไว้ก่อนแคน มาต่อตอนที่กำลังเข้าไปดูดวงให้หลวงพ่อคูณ ต่อว่าเขาทำกันอย่างไร
พอนักข่าวเผลอ...คุณสมานลูกศิษย์คนโปรดของหลวงพ่อคูณก็พา อาจารย์ภาณุวัฒน์เข้าไปในกุฏิของหลวงพ่อคูณทันที รวดเร็วประดุจสายฟ้าแลบเลยทีเดียว ขนาดข้าพเจ้าที่ว่าไวแล้ว ยังตามไม่ทัน

ข้าพเจ้ารู้สึกเสียเชิง ที่มาถูกลูกศิษย์ของหลวงพ่อคูณกันไม่ยอม ให้เข้าไปด้วย แต่ด้วยชั้นเชิงนักข่าวหัวเห็ดเดลินิวส์ มีหรือจะยอมแพ้ ง่ายๆ ข้าพเจ้าวิ่งตามอาจารย์ภาณุวัฒน์ซึ่งเข้าไปแล้ว และปิดประตู กระจกอย่างรวดเร็วแน่นหนา ยามที่เฝ้าประตูรีบเข้ามากันท่าไม่ยอมให้ ข้าพเจ้าตามเข้าไป

“ผมมากับอาจารย์กาณุวัฒน์” ข้าพเจ้าบอกยาม

“เขาไม่ให้นักข่าวเข้า” ยามที่เฝ้าประตูไม่ยอมให้เข้าท่าเดียว

“ผมไม่ได้เป็นนักข่าว ผมเป็นคณะโหรที่มากับอาจารย์ภาณุวัฒน์ ไม่เชื่อลองเข้าไปถามอาจารย์ภาณุวัฒน์ดูว่าผมเป็นนักข่าวหรือเปล่า”

ในขณะที่พูดข้าพเจ้าก็ใช้ลูกดื้อนี่แหละมาช่วยแก้สถานการณ์ให้กับตัวเอง ด้วยการเอาหน้า เอาจมูกไปยืนแนบกับกระจก ให้อาจารย์ภาณุวัฒน์ เห็นหน้าชัดๆ แล้วส่งสัญญาณมือชี้มาที่ยาม พร้อมพูดออกมาดังๆ ว่า

“เขาไม่ยอมให้ผมเข้า” ซึ่งถึงแม้ว่าอาจารย์ภาณุวัฒนัจะไม่ได้ยิน คน ข้างนอกก็ต้องได้ยินบ้างละว่าเกิดอะไรขึ้นหน้ากุฏิหลวงพ่อคูณ

ได้ผล อาจารย์ภาณุวัฒน์ให้ลูกศิษย์หลวงพ่อคูณที่พาเข้าไปใน ตอนแรกมาจูงมือข้าพเจ้าตามเข้าไปด้วย

ข้าพเจ้ารู้ด้วยตัวเองว่า ที่ข้าพเจ้ามีบุญได้เข้ามากราบหลวงพ่อคูณในโอกาสนี้เป็นเพราะในขณะที่ข้าพเจ้ายืนรออยู่หน้าประตู ข้าพเจ้า อธิษฐานขอให้หลวงพ่อคูณที่ศักดิ์สิทธิ์ จงสร้างปาฏิหาริย์ให้บังเกิดแก่ ตัวข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่งเกิด ข้าพเจ้าอยากจะเข้ามากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง ขอได้โปรดจงดลจิตดลใจให้ยามที่เฝ้าประตูเขาอนุญาต ให้ข้าพเจ้าได้เข้าไปกราบหลวงพ่อด้วยเถิด

เพียงแค่ย่างเท้าเข้ามาในกุฏิของท่าน และได้เห็นท่านนอนหลับ อยู่บนแคร่เตี้ยๆ ที่มีพยาบาลคอยดูแลเอาผ้าห่มห่มให้ท่าน เพื่อให้ท่าน นอนหลับพักผ่อนให้สบาย ข้าพเจ้าก็น้ำตาซึม ความรู้สึกของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารักหลวงพ่อคูณ แม้จะเคยเจอกันเพียงสองครั้ง ท่านก็มีน้ำใจ หยิบยื่นให้ข้าพเจ้าทุกครั้ง ไม่เคยขัด ปฏิเสธเลยลักครั้ง
ข้าพเจ้ายังจำภาพของพระภิกษุที่นั่งยองๆ สูบบุหรี่มวนโต ตอบ ข้าพเจ้าอย่างไม่ถือเนื้อถือตัวว่า “กูนี่แหละหลวงพ่อคูณ”

“แล้วมึงล่ะชื่ออะไร”

พอข้าพเจ้าบอกว่าชื่อเริงศักดิ์อยู่เดลินิวส์ ท่านก็ถามอีกว่า จะให้กูช่วยอะไร

“ผมอยากจะขอโทรศัพท์ล่งข่าวเดลินิวส์”

แล้วท่านก็อนุญาตให้ขึ้นไปโทร.บนกุฏิท่าน เหมือนกับสนิทกันมา นานจนไว้เนื้อเชื่อใจกัน และเมื่อครั้งที่เอาเทปไปให้ท่านช่วยเหยียบให้ ท่านก็ถามอีกว่า มึงต้องการอะไรจากกู เมื่อรู้ว่าข้าพเจ้าต้องการให้ เหยียบเทปให้ ท่านก็บอกว่ากูก็ไม่เคยเหยียบ แต่มึงต้องการกูก็จะ เหยียบให้ ซึ่งทั้งสองครั้งนั้นข้าพเจ้าอาจลำพองว่าข้าพเจ้าเป็นนักข่าว เป็นฐานันดรสี่ ที่หลวงพ่อคูณอาจจะเกรงใจ หรือสงสารจึงให้อภิสิทธิ์ เหนือคนอื่น ที่ให้เข้าพบง่ายๆ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เลย มันต่างกันอย่างสินเชิง

ข้าพเจ้าแฝงตัวเข้ามาโดยแอบอ้างว่าเป็นผู้ติดตามอาจารย์ภาณุวัฒน์ เพื่อที่จะเอาภาพท่านไปขายในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ใครๆ ก็ไม่ต้องการให้ ภาพที่ว่านี้เล็ดลอดไปถึงหูนักข่าว แต่ข้าพเจ้าก็อธิษฐานขอให้ท่านช่วยให้ ได้เข้ามาถ่ายภาพให้ได้ ซึ่งแรงอธิษฐานของข้าพเจ้าก็เป็นจริง ดังคำขอ ทุกประการ

ท่านให้ข้าพเจ้ามาตลอด ให้ทุกครั้งที่ขอ ข้าพเจ้าก้มลงกราบเท้าท่าน แล้วจูบด้วยความเคารพศรัทธา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

การได้เข้าไปสัมผัสท่านในขณะนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้สัมภาษณ์ท่าน เพราะท่านหลับ แต่จากที่สังเกตสีหน้า และร่างกายของท่านข้าพเจ้ารู้ ว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาท่านเหนื่อยมาก ที่ต้องอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้มา โดยตลอด ท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ไม่เคยพูดให้ใครเจ็บใจ ไม่สบายใจ แต่ถึงแม้ว่าหลวงพ่อคูณไม่ได้พูดคุยสั่งสอนลูกหลานของท่านได้ ตามปกติ แต่ทางกรรมการวัดหนองบัวรอง ก็ได้เอาเทปธรรมะที่ท่านเคย สั่งสอนลูกหลานมาเปิดให้ผู้ที่เข้านมัสการท่านได้ฟัง เป็นภาษาอีสาน ที่พูดชื่อๆ ง่ายๆ เข้าใจง่ายเหมือนที่เคยฟังท่านเทศน์ให้ฟังนั่นแหละ

จากนั้นคุณสมานก็พาพวกเรามานั่งรอหลวงพ่ออยู่ด้านนอก เพื่อ ให้หลวงพ่อได้พักผ่อนได้เต็มที่ ข้าพเจ้าออกมาจากห้องหลวงพ่อคูณ ก็ยังเห็นนักข่าวรอทำข่าว หลวงพ่อคูณอาพาธกันทุกฉบับทุกช่อง

ข้าพเจ้าไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ถึงแม้จะ ไม่ได้ถ่ายภาพหลวงพ่อคูณให้อาจารย์ภาณุวัฒน์ดูดวงในห้อง แต่ข้าพเจ้า ก็ยังได้ภาพบรรยากาศภายในวัดหนองบัวรอง เมื่อตอนที่หลวงพ่อคูณ มาจำพรรษาที่นี่ ชาวบ้านค่อยทยอยมานั่งรอหลวงพ่อที่ศาลาการเปรียญ

กันมาขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างมีความหวังว่าจะได้เจอหลวงพ่อ หลวงพ่อ จะได้เคาะหัวเพื่อเป็นสิริมงคลจะได้มีโชคมีลาภ

ข้าพเจ้ายกกล้องตัวเล็กของข้าพเจ้าเก็บภาพไปเรื่อยๆ จนไปถึงโรงครัว ที่อยู่ด้านหลังที่ชาวบ้านเขามาช่วยทำอาหารเลียงญาติโยมที่เดิน ทางมากราบไหว้หลวงพ่อคูณ ข้าพเจ้าก็ได้ภาพขณะที่เขากำลังช่วยกัน ทำอาหาร ช่วยกันล้างจาน ทุกคนล้วนมีลีหน้าที่อิ่มเอิบที่หลวงพ่อคูณ ได้มาพักผ่อนอยู่ที่วัดแห่งนี้

กรรมการวัด และลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อคูณ ได้ยกสำรับกับข้าวที่หลวงพ่อคูณฉันเหลือมาวางไว้ตรงหน้าข้าพเจ้าหลายถาด ซึ่ง ล้วนเป็นอาหารคาวหวาน พวกกับข้าวต้มที่ชาวบ้านนำมาถวายให้หลวง พ่อคูณได้ฉันในช่วงเช้า

ข้าพเจ้าตื่นเต้น ดีใจมากที่โชคดีได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อคูณ กับเขาเหมือนกัน

ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มใจจนไม่นึกอยากจะกินอะไร จึงเอากล้องถ่ายรูป ออกมาจากย่าม กดซัตเตอร์เก็บภาพอาหารที่หลวงพ่อคูณฉันเหลือ แล้ว ตัวเองก็นั่งกินเป็นลูกศิษย์วัดอย่างมีความสุข โดยให้น้องเล็ก คนขับรถ ของอาจารย์ภาณุวัฒน์เป็นคนกดชัตเตอร์ให้

ข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายไม่กล้ากินปลาหลดแดดเดียวกับเนื้อทอดที่เขา ยกมาให้ซึ่งยังเหลืออยู่เต็มจาน จึงไปขอถุงพลาสติกจากแม่ครัวเอามาใส่ ปลาหลดจำนวน ๗ ตัว กับเนื้อทอดอีก ๒-๓ ชิ้น ข้าพเจ้าตั้งใจว่า กลับ ไปถึงบ้านข้าพเจ้าจะเอาอาหารที่หลวงพ่อคูณฉันเหลือนี่แหละเป็นของ ฝากที่ล้ำค่าสำหรับลูกและภรรยา

“กินให้เยอะๆ นะ ใครได้กินอาหารของหลวงพ่อคูณแล้วจะโซคดี ไม่มีโรคไม่มีภัย” แม่ครัวคนที่เอาถุงพลาสติกมายื่นให้บอกข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าได้กินข้าวต้มที่หลวงพ่อคูณฉันเหลือไปหนึ่งถ้วย กับผัด ถั่วงอกอีกเล็กน้อยก็อิ่ม หยิบลิ้นจี่ และล้มกินอีกหนึ่งผล ยังไม่ทันเสร็จ ดี นักข่าวที่นั่งรออยู่ก็วิ่งกรูกันเข้าไปที่ประตูกุฏิหลวงพ่อคูณ

“เร็ว หลวงพ่อคูณมาแล้ว” น้องเล็กบอก ข้าพเจ้ารีบคว้าย่าม แดงวิ่งตามเขาไปทันที

มีลูกศิษย์สองคนเข้าไปช่วยให้หลวงพ่อคูณเกาะแขน ข้าพเจ้า เข้าไปเบียดฝูงชนแล้วเข้าไปช่วยพยุงหลวงพ่อคูณเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ ตัวเองบ้าง แต่เพียงชั่วประเดียว เพราะต้องออกมาถ่ายภาพขณะที่ อาจารย์ภาณุวัฒน์ และลูกศิษย์ลูกหา ช่วยกันประคองหลวงพ่อคูณเดิน ออกมาจากห้องมานั่งบนเก้าอี้ที่ทางลูกศิษย์ลูกหาจัดให้ จากนั้นเขาก็ อนุญาตให้บรรดาญาติโยมที่เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อคูณเดินย่อตัว ก้มศีรษะมาให้หลวงพ่อเคาะหัวให้ทีละคน ใครยื่นเงินให้ใบท่านก็จะ ดึงไว้ใบเดียวแล้วส่งให้กรรมการวัดเอาใส่ในขันน้ำพานรองขนาดใหญ่ เพื่อนำไปซ่อมแซมบูรณะพระอุโบสถของวัดต่อไป

เมื่อคนซาลง นักข่าวกลับกันหมดแล้วลูกศิษย์ของหลวงพ่อคูณ ก็พาอาจารย์ภาณุวัฒน์เข้าไปนั่งพับเพียบอยู่ใกล้ๆ แล้วแนะนำให้หลวงพ่อคูณรู้ว่า

“นี่ซินแสภาณุวัฒน์ เขาเป็นหมอดูที่ทำนายแม่นมาก เขามาดู ฮวงจุ้ย ช่วยจัดที่นอนให้หลวงพ่อใหม่ เพื่อจะได้หายจากอาพาธเร็วๆ”

“ก็ดี ขอบใจนะที่มาช่วยกูให้หายเร็วๆ”

“ครับ...หลวงพ่อดีขึ้นไหมครับ”

“ก็ดีขึ้นอย่างที่มึงเห็นนี่แหละ” จากนั้นท่านก็แบมือทั้งสองข้างให้ อาจารย์ภาณุวัฒน์ดูแล้วพูดว่า

“มึงเป็นหมอดูเรอะ มึงช่วยดูให้กูทีว่ากู จะตายเมื่อไหร่”

ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน กับคำถาม ของหลวงพ่อคูณที่ถามโหรชื่อดัง อาจารย์ภาณุวัฒน์ตรวจดูเส้นลายมือแล้วบอกว่า

“หลวงพ่ออายุ ยืน อยู่เป็นที่พึ่งให้ลูกศิษย์อีกนาน ยังไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ”

“ยังอยู่อีกนานหรือ” ท่านยิ้ม “...แล้วถูจะโชคดีถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่กับเขาบ้างไหมล่ะ”

อาจารย์ภาณุวัฒน์ตรวจดูลายมือแล้วถามอายุ วันเดือนปีเกิดจาก ปากหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งท่านก็บอกเหมือนกับชาวบ้านทั่วไปที่ต้องตอบหมอดูนั้นแหละ อาจารย์ภาณุวัฒน์ตรวจดูฤกษ์พานาทีของท่านเสร็จแล้วบอกว่า

“ท่านจะเอารางวัลที่ไปทำอะไร มีแต่ท่านจะให้คนอื่นถูกมากกว่า”

ท่านก็ยิ้ม แล้วจับมืออาจารย์ภาณุวัฒน์บีบๆ แล้วหลับตา สักครู่ ก็ลืมตาพร้อมกับพูดว่า

“เออ...มึงเป็นคนใจดี มึงไม่ตายโหงหรอก มึงแก่ ตาย” อาจารย์ภาณุวัฒน์ก็ก้มลงกราบ แล้วหลังจากนั้นก็มีการพูดคุย หยอกล้อกันนิดหน่อยตามประสาหลวงพ่อคูณที่เป็นพระที่อารมณ์ดี ก่อน ที่ลูกศิษย์ลูกหาจะพาท่านกลับเข้าไปพักผ่อนในกุฏิต่อไป

ข้าพเจ้ากับอาจารย์ภาณุวัฒน์เดินไปล่งท่านแล้วเราก็กลับมาขึ้นรถ เพื่อที่จะมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ

อาจารย์ภาณุวัฒน์ถามข้าพเจ้าว่า มีนักข่าวคนไหนได้ภาพขณะที่ หลวงพ่อคูณท่านแบมือให้ดูดวงท่านบ้าง ข้าพเจ้าบอกไม่มีใครได้ภาพ เด็ดหรอก นอกจากข้าพเจ้าเพียงคนเดียว

“นี่คุณเริงศักดิ์จะกลับเลยหรือว่าจะไปกับผมอีก” อาจารย์ภาณุวัฒน์ถามเมื่อเดินมาถึงรถ

“แล้วอาจารย์จะไปไหนอีก” ข้าพเจ้าถามอย่างงุนงงเพราะมาด้วย กันก็ควรจะกลับด้วยกันสิ

“เดี๋ยวผมจะต้องเข้าไปที่วัดบ้านไร่ต่อ พวกลูกศิษย์ลูกหาของท่าน เชิญให้ผมไปดูฮวงจุ้ยที่นอนของหลวงพ่อคูณให้เขาบ้าง”

“อ้าวแล้วมันไม่ตีกันหรือมาดูให้ทั้งสองที่เลย ทั้งที่วัดหนองบัวรอง และที่วัดบ้านไร่ อย่างนี้หลวงพ่อคูณจะอยู่วัดไหนดีล่ะ” ข้าพเจ้าถาม อย่างงุนงง

“คือเขาให้ผมไปดูเตรียมไว้ก่อน เขาเชื่อว่าหลวงพ่อคูณจะต้อง กลับวัดบ้านไร่อย่างแน่นอน”

“แล้วอาจารย์คิดว่า หลวงพ่อคูณจะกลับไปไหมล่ะ” ข้าพเจ้าถาม

“ผมตรวจดูดวงชะตาของท่านแล้ว ยังไงท่านก็ต้องกลับ คิดว่า อีกไม่กี่เดือนก็คงจะกลับ ตอนนี้ดวงของท่านต้องเดินทาง และเมื่อทุก อย่างดีแล้วท่านต้องกลับแน่นอน เชื่อผมเถอะ”
คราวนี้ข้าพเจ้าไม่ยอมตามอาจารย์ภาณุวัฒน์ไปอีกแล้ว เพราะใจจดใจจ่ออยู่ว่าเมื่อไหร่ข้าพเจ้าจะได้เอาของฝากที่ล้ำค่าที่ได้จากวัดหนองบัวรองไปฝากภรรยาสุดที่รักของข้าพเจ้าเสียที จึงได้แต่บ๊ายบาย อวยพรให้อาจารย์ภาณุวัฒน์และคณะที่เดินทางไปวัดบ้านไร่เพื่อดูฮวงจุ้ย ให้หลวงพ่อคูณต่อ จงเดินทางไปด้วยความปลอดภัย

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ข้าพเจ้าก็เอาของฝากจากเมืองโคราช ที่ ข้าพเจ้าไปกราบหลวงพ่อคูณมา มาให้ภรรยาดู ทุกคนก็ดีใจ ไม่กล้า กินปลาหลดและเนื้อทอดให้หมดเสียมื้อเดียว

“เก็บไว้เถอะพี่ เก็บไว้ในตู้เย็นเราไม่ต้องกินหรอก แล้วเราจะโซคดี เพราะเป็นอาหารของหลวงพ่อคูณที่ไม่มีใครเขาได้กันง่ายๆ หรอกนะ” คุณเพชรลดาบอก

ซึ่งจนบัดนี้ก็ปรากฏว่าเธอยังเก็บปลาหลดจากที่กินไปบ้าง เหลือเพียงตัวกับเนื้อทอดอีก ๒ ชิน ไว้ในช่องฟรีซเปนเวลาปี แล้ว อาหารของหลวงพ่อคูณที่เหลือไว้สำหรับลูกศิษย์ก็ยังมีน้ำแข็ง เกาะอย่างแน่นหนา ไว้เป็นอนุสรณ์ว่า ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าก็เคยใกล้ ชิดหลวงพ่อคูณ เคยไปทำข่าว เคยเป็นลูกศิษย์ของเทพเจ้าด่านขุนทดกับเขาเหมือนกัน

 
 

Main Menu