พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง ลูกสะกด ดีทางมหาอุดและคงกระพันชาตรี
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ลูกสะกด ดีทางมหาอุดและคงกระพันชาตรี PDF พิมพ์ อีเมล

ลูกสะกด ดีทางมหาอุดและคงกระพันชาตรี
 
         ในตำรับตำราเครื่องรางของขลังไทยเรานั้นจะมีด้วยกันหลายอย่าง ๆ ที่เป็นเครื่องคาดก็จะมีตะกรุด เป็นหลัก หากไม่ใช่มหาอุดแล้วละก้อ เมื่อร้อยเข้าพวงเพื่อคาดเอวแล้ว  จะต้องหาอะไรมาบังคับเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนที่ไปมาวิธีที่ง่ายที่สุดคือ  ด้วยการแก้เชือกให้เป็นปมใหญ่พอที่จะทำให้ตะกรุดไม่เคลื่อนที่แต่ยังมีอีกวิธีหนึ่งก็คือ การทำลูกสะกด และเป็นอย่างไรนั้นผู้เขียนจะอธิบายให้ท่านผู้อ่านได้ทราบอย่างละเอียดเลยทีเดียวในเรื่องนี้ ก่อนอื่นจะต้องพูดถึงความแตกต่างกันระหว่างลูกสะกดกับลูกอมซึ่งเป็นเครื่องรางทั้งสองอย่างนี้และพอที่จะแยกกันได้คร่าว ๆ ดังนี้
 
         ลูกอม  หมายถึงการนำเอาวัสดุต่าง ๆ ที่เหมาะสมอาทิเช่น ผงผสมตังอิ๊ว ดินเผา ผงว่านยากาฝาก บอระเพ็ด ขี้ผึ้งเทียนชัย น้ำตาเทียนเทียนชัย โลหะต่าง ๆ แต่ละอย่างเอามาตีแผ่นให้เป็นแผ่นแล้วเข้าพิธีลงเลขยันต์อักขระเวทย์มนตร์ คาถา ประจุลงเสร็จแล้วเอาไปเข้าพิธีหล่อหลอมให้ละลายเข้ากัน ซัดว่านยาแล้วเทลงไปในเบ้ากลมตามขนาดที่ต้องการเมื่อเอาออกจากเบ้าแล้วก็ต้องขัดแต่งให้กลมเกลี้ยงเรียบร้อย  แล้วปลุกเสกผูกเป็นการเสร็จพิธีซึ่งพิธีที่ทำนั้น เป็นขั้นตอนและพิถีพิถันมากทีเดียว  (ยกเว้นตะกรุดลูกอมที่มีรูตรงกลางอันเกิดจากการม้วนโลหะ)  วัตถุประสงค์ในการใช้ก็คือ  การอมไว้ในปากเพื่อป้องกันตัว
 
         ลูกสะกด  เป็นคำนามมีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานว่า ลูกประคำที่ใช้เป็นลูกคั่น มีสันฐานกลมเกลี้ยงและถ้าพูดถึงขนาดนั้นจะใหญ่กว่าหรือเท่ากับลูกอมแต่มีการเจาะรูตรงกลางเพื่อร้อยเชือกแล้วประกบหัวท้ายตระกรุดไม่ให้เคลื่อนที่หรือจะไม่เจาะรูก็ย่อมได้ไม่ผิดกติกาอันใด คราวนี้ผู้เขียนจะมาพูดถึงความหมายอีกอย่างหนึ่งของลูกสะกดตรงตัวที่คำว่า  “สะกด”  ซึ่งหมายถึงการข่มหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เคลิบเคลิ้มอยู่ภายใต้อำนาจส่วนคำว่า  “ลูกสะกด”  ในความหมายที่นี้หมายถึง  ก้อนกรวดก้อนเล็ก ๆ ลูกอม  ลูกกระสุนดินเผาหรือวัสดุอย่างอื่นที่นำมาเสกเป่าภาวนาด้วยคาถามหานิทรา  แล้วขว้างข้ามหลังคาบ้านหลังคาค่าย  ทำให้คนในบ้านในค่ายแม้แต่สัตว์ที่มีอยู่ในสถานที่นั้นจะหลับไหลไม่ได้สติจนกว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นมาในตอนเช้า
 
การสร้างลูกสะกดนั้น  ไม่ใช่จะทำกันได้ง่าย ๆ ซึ่งจะต้องผ่ากรรมวิธีหลายขั้นตอน  ในที่นี้จะกล่างถึงการทำลูกสะกดตะกั่วแบบง่าย ๆ ที่โบราณาจารย์ท่านนิยมกระทำกันมีหลักการดังต่อไปนี้

        1. เอาตะกั่วนมมาหลอมจนละลาย  แล้วเทลงไปบนถาดโลหะเพื่อให้แผ่เป็นแผ่นเมื่อโลหะเย็นลงแล้วก็แกะออกมา
        2. เอาเหล็กจารมาลงอักขระหัวใจพระคาถาต่าง ๆ เรียกสูตรไปเขียนไปจนเต็มแผ่นหมดด้านหนึ่งแล้วพลิกอีกด้านหนึ่งมาจารจนเต็ม
        3. เอาตะกั่วอันเดิมไปหลอมอีกแล้วเทลงในแบบพิมพ์เดิม  เมื่อเย็นก็เอามาลงอักขระอีกครั้งหนึ่งแล้วก็หลอมอีก  ทำอย่างนั้นไปเก้าครั้งเก้าหนจึงจะมาขั้นสุดท้ายกรรมวิธีนี้เรียกว่าลงถมหรือการจารอักขระทับถมไปบนแผ่นโลหะ
 
         หากได้แบบที่เหมาะ ๆ เป็นรูปกลมหรือรูปยาวรีหลอมตะกั่วแล้วเทลงบนแบบ  เมื่อเย็นแล้วแกะออกมาและตกแต่งผิวให้เรียบร้อยพร้อมเจาะรูตรงกลางจึงจารอักขระซ้ำลงไปเป็นหัวใจ  จึงร้อยเชือกประกันกับตะกรุด  หรือร้อยเชือกเอาไว้ให้คาดเอวเรียกว่า  “ลูกสะกด”  หากไม่เจาะรูก็ใช้เป็นลูกอม  จะอมในปากก็ได้เช่นกัน

        ลูกสะกดนี้นอกจากจะทำด้วยตะกั่วแล้วยังทำด้วยการผสมโลหะต่าง ๆ อาทิเช่น  สัตโลหะ  ปัญจโลหะ  เมฆพัตร  เมฆสิทธิ์  นวโลหะและเหล็กละลายตัว  หรือแล้วแต่ท่านโบราณาจารย์ผู้ชาญฉลาดจะประดิษฐคิดแต่ทำกัน ขึ้นมาอาจจะเป็นวัตถุมงคล  หรืออาถรรพณ์ต่าง ๆ ที่นำเอามาเป็นส่วนผสมพร้อมกับลงอักขระเลขยันต์จนเห็นว่าดีแล้ว
นั่นเองจึงเอามาทำเป็นลูกสะกด
 
        ลูกสะกดนี้หากไม่ได้ใช้สะกดหัวตะกรุด  จะเอามาร้อยพวงรวมกันก้ได้ไม่เสียหายแต่อย่างใด  หรือหากจะเอาไปอมในปากเป็นลูกอมก็ไม่ติดขัดแต่ประการใดใช้ได้ทั้งนั้น  เพราะเป็นของสำเร็จที่สร้างขึ้นให้ใช้ป้องกันตัว  ยกเว้นลูกสะกดกับปรอทเป็นสารมีพิษต่อร่างกาย  บางคนแพ้อาจจะทำให้เยื่อบุในปากและเหงือกตลอดจนคออักเสบ ลุกลามไปกันใหญ่  และอย่าลืมว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงลูกสะกดในการสะกดคนในบ้านให้หลับด้วยการโยนข้ามหลังคา  เพราะเป็นวิชาโจร ซึ่งเป็นวิชาอันตรายต่อคนทั่วไป  ดังนั้นสมัยโบราณทีสอนกันเขาก็ให้มีสัจจะว่า  “เมื่อผ้าขาดก้นเมื่อใดก็ให้ทำครั้งหนึ่งเอาพอได้ค่าเสื้อผ้าค่าเลี้ยงดูครอบครัวและบริวารก็ให้เลิก”  เรียกว่าปีหนึ่งทำครั้งเดียวและต้องเลือกเฉพาะผู้ที่มีฐานะดี
เท่านั้นจึงจะควร  ถ้าผิดสัจจะพระอาจารย์ท่านเมื่อใดก็ตายลูกเดียว ทีนี้มาทำความรู้จักกับลูกสะกดของพระอาจารย์ท่านกันบ้าง  เป็นลำดับดังนี้
 
         ลูกสะกดที่มีชื่อเสียงเป็นที่โจษจรรย์กันมากก็คือ  ลูกสะกดวัดพระแก้ว  (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  กทม.) ลูกสะกดที่ว่านี้ทำด้วยชินผสมตะกั่ว  กล่อมเป็นรูปยาวรีเจาะรูผ่านตลอด
 
         ลูกสะกดพระอาจารย์ทับ  แห่งวัดอนงคารามลักษณะกล่อมกลมหรือยาวรี  หรืออาจมีสัณฐานต่างออกไปบ้างลูกสะกดของพระอาจารย์ทับมักไม่ค่อยจะเจาะรูตลอด  เรพาะท่านสร้างด้วยเนื้อเมฆสิทธิ์จึงยากต่อการเจาะ  เพราะเนื้อชนิดนี้เปราะและแตกสลายง่าย
 
         ลูกสะกดที่ได้รับความนิยมเล่นหากันเป็นอย่างมากอีกอาจารย์ท่านหนึ่งก็คือ  ลูกสะกดของหลวงปู่เนียมวัดน้อย  จังหวัดสุพรรณบุรี  ลูกสะกดของอาจารย์ท่านนี้กล่อมเป็นลูกกลม ๆ มีทั้งที่ทำด้วยเนื้อตะกั่วผสมชินและเนื้อเมฆพัด  แต่มีที่สังเกตอยู่หน่อยก็ตรงที่เป็นรูสะดืออยู่ที่พอเป็นที่สังเกต
 
         ลูกสะกดของหลวงปู่ศุข  วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาทก็มีอยู่เหมือนกันครับ  แต่ของท่านมักจะสร้างด้วยไม้หัวรอด  หัวกลอน  ท่านอาจจะเอาเคล็ดของคำว่า  “รอด”  และหนักแน่นเหมือน  “กลอน”  (ที่ใช้ขัดประตู) แต่ทางจังหวัดชัยนาท  มักนิยมเรียก  “ลูกเครื่อง
 
         ลูกสะกด  อีกชนิดหนึ่งของหลวงปู่จันทร์  วัดใหม่โมลีโลก  จังหวัดนนทบุรี  ที่สร้างจากวัสดุอาถรรพณ์คือแร่บางไผ่  และ  (เป็นผู้สร้างพระปิดตาแร่บางไผ่อันลือชื่อ)  มีลักษณะกลมหรือรีสามารถติดแม่เหล็กได้และจะพิจารณาดูง่าย ๆ คือ  สนิมจะเปียกเหมือนยางหมากเป็นแผ่น  ไม่เป็นขุยหรือเป็นเกล็ดเล็ก ๆ และสนิมไม่แห้งผากเหมือนสนิมเหล็กธรรมดาทั้วไป  ถ้าเนื้อเป็นเสี้ยนหรือเป็นเสี้ยนเล็ก ๆ ปรากฎอยู่อย่างนั้น  ท่านว่าดูง่ายมาก  แต่เนื้อแร่ไผ่แท้อาจจจะไม่เป็นเสื้ยนก็ได้  ซึ่งเนื้อชนิดนั้นเรียกกันว่า  “เนื้อแตง”  (แตงโม)  และที่สำคัญก็คือ  สนิมแร่บางไผ่จะต้องเปียกฉ่ำและเป็นแผ่นไม่เป็นขุย
 
         ยังมีลูกสะกดบางอย่างที่นิยมเอาทองชนวนที่เหลือจากการเทพระกริ่งหรือพระชัยวัฒน์มากล่อมทำเป็นลูกสะกด  เพราะทองชนวนเหล่านั้นได้ผสมจากวัสดุอาถรรพณ์และวัสดุมงคลต่าง ๆ กับได้ผ่านการลงอักขระเลขยันต์และปลุกเสกมาอย่างดีแล้วเรียกว่า  “เป็นของทนสิทธิ์”  คือมีดีอยู่ในตัวแล้วนั่นเอง  เมื่อนำเอามากล่อมทำลูกสะกดก็ย่อมจะใช้เป็นเครื่องรางของขลังได้ดีอย่างหนึ่งเหมือนกัน
 
         อานุภาพแห่งลูกสะกดนั้นพระอาจารย์ท่านทั้งหลายได้มุ่งหมายให้ใช้ทางมหาอุดและคงกระพันชาตรีด้วย สำเร็จขึ้นจากการหล่อหลอมโลหะและเตโชธาตุหรือแม้จะทำด้วยผงหรือว่านนั้นก็ดี
 
         เมื่อท่านได้รู้จักสะกดกันแล้วก็จะขอบอกเคล็ดลับการใช้ลูกสะกดเพื่อให้สมบูรณ์  ท่านจะได้นำไปใช้กันได้ ถูกต้องดังนั้นจะมีคาถาอาราธนาลูกสะกดดังนี้
 
คาถาอาราธนาลูกสะกด
 
         อิติพันธะเกษามะอะอุ  พันธะโลมาจะภะกะสะพันธะนักขามะนะนพะทะ  พันธะทันตากระมะถะ  พันธะตะ โจอิสวาสุ  พันธะนังสังจิปีเสดิ  พันธนะหะรูหะรูสุวิสังอะ  พันธะอัฐิทุสะมะนิ  พันธะอัตถิมินชังนะสังสิโม  พันธะวักกังปะวะอะปะ  ทิมะสังอังขุ  นะมะอะอุ  นะมามิหัง  สิทธิเตชัง  สิทธิวาจัง  กายะพันธะนัง  องคะพันนธะนัง  สารพัดสิทธิ  ภะวันตุเมฯ
 
         คาถานี้ให้ตั้งนะโมฯ 3 จบก่อนแล้วยกลูกสะกดขึ้นจดเหนือหน้าผาก  จึงค่อยภาวนาพระคาถาให้จบบท  สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดแล้วผ่อนออก  และเมื่อเวลาจะคาดเข้าเอวให้ภาวะนาพระคาถานี้จนกว่าจะผูกเงื่อนเสร็จให้ภาวนาดังนี้ “อิมังกะยะพันธะนังอธิษฐานมินะมะพะทะ”
 
         มีอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรลืม  เวลาคาดเอวให้ผูกเงื่อนพิรอด  อย่าไปผูกเงื่อนตายเข้าแล้วกันเพราะเงื่อนพิรอดนั้นเป็นมงคลแถมยังแก้ง่ายด้วย  ส่วนเงื่อนตายไม่เป็นมงคลแล้วยังแก้ยากอีกด้วย คงจะเห็นแล้วว่าลูกสะกดมีคุณค่าเพราะเป็นของศักดิ์สิทธิ์และสร้างได้ยากเย็นและต้องใช้ความพยายามอย่าง
สูง  ดังนั้นท่านผู้อ่านควรรีบขบวนขวายหาเอาไว้เสียเพราะต่อไปจะหาได้ยาก

 
 

Main Menu

VirtueMart Login