ลูกอม ครูบาสิงห์แก้ว ญาณวโร เจ้าตำรับเครื่องรางกันผี พิมพ์

ลูกอม ครูบาสิงห์แก้ว ญาณวโร เจ้าตำรับเครื่องรางกันผี

พระคณาจารย์ชื่อดัง "พระครูสิริธรรมโฆษิต" หรือ "ครูบาสิงห์แก้ว ญาณวโร" หรือ "ครูบาปากกอง" หรือ "ครูบาผีกลัว" วัดปากกอง จ.เชียงใหม่ ที่ชาวบ้านเรียกขานกันนั้น ท่านเป็นพระที่สมถะ สมัยที่ท่านมีชีวิตท่านได้บอกไว้ว่า "ข้าไม่อยากดัง" แต่วัตถุมงคลที่ท่านสร้างไว้ล้วนก่อเกิดประสบการณ์มากมายต่อผู้นำไปใช้จนสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปโดยปริยาย บางคนไม่เชื่อก็นำไปทดลองด้วยปืน

ครั้งหนึ่งขณะท่านไปร่วมพิธีปลุกเสกพระเครื่องที่วัดเบญจมบพิตร มีคนนำเหรียญรุ่นแรกของท่านไปลอง โดยลองยิงทุกวันจนครบ 7 วัน ก็ยิงไม่ออกสักวันเดียว (เหรียญรุ่นแรกท่านสร้างเพียง 2,500 เหรียญ ในจำนวนนี้เหรียญประสบการณ์ที่ถูกนำไปทดลองยิงเป็นเหรียญที่เรียกกันว่า "เหรียญบล็อกเลขหนึ่งแบน (นิยม)" คือ คำว่า "รุ่น ๑" ตัวเลขหนึ่งจะแบนไม่กลม มีจำนวนเพียง 500 เหรียญและถูกนำไปทดลองยิง)

ปรากฏว่าเมื่อท่านทราบเข้าได้กล่าวปรารภกับศิษย์ว่า "ข้าไม่ใช่นักโทษ" และต่อมาคนที่นำไปลองยิงก็เสียชีวิต

ท่านเกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค.2448 มรณภาพเมื่อ 17 มี.ค.2535 รวมอายุได้ 87 ปี พรรษา 73

บรรพชาเมื่ออายุได้ 14 ปี อุปสมบทเมื่อ พ.ศ.2469 มีครูบาเตชะ วัดศรีโพธารามเป็นพระอุปัชฌาย์ พระไชยลังการเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ครูบาพรหมมา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า "ญาณวโร"

เมื่ออุปสมบทแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคมต่างๆ จากหลายที่ และได้ฝากตัวเป็นศิษย์เอกครูบาสม วัดป่าแดด พระเกจิอาจารย์ในยุคเดียวกับครูบาเจ้าศรีวิชัย ผู้โด่งดังทางไสยเวท และได้ร่ำเรียนวิชากับครูบาสมอยู่นานหลายปี และได้วิชาต่างๆ มาเช่น วิชาขับไล่ผีและตะปูเสกก่าสะท้อน เพราะในสมัยนั้นมีชาวบ้านหลายพื้นที่โดนผีเข้าเป็นจำนวนมาก โดยท่านได้นำวิชาความรู้มาสร้างวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง เป็นตะปูเสกก่าสะท้อน และลูกอมเกศา ซึ่งมีคุณวิเศษทางด้านขับไล่ผีสางอย่างได้ผลไม่มีใครเกิน จนได้ฉายาว่า "ครูบาผีกลัว" ตราบจนทุกวันนี้

มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่งของครูบาสิงห์แก้วก็คือ เป็นธรรมเนียมของเกจิแดนล้านนาเมื่อถึงเดือน 4 เดือน 5 คือช่วงหน้าหนาวของทุกปีก็จะมีการเข้านิโรธ คือการปลีกวิเวกของครูบาแดนล้านนา โดยท่านครูบาสิงห์แก้วก็ได้เข้านิโรธในแถบที่กันดารของอำเภอสารภีในสมัยนั้น ซึ่งสถานที่ที่ท่านไปก็คือ ที่ฝังศพของพี่น้องชาวมุสลิม

ตอนที่ท่านได้นั่งสมาธิกรรมฐานอยู่นั้น ก็ได้มีวิญญาณของชาวมุสลิมหลายตนได้มาขอส่วนบุญ เนื่องจากชาวมุสลิมที่เสียชีวิตเมื่อญาติพี่น้องฝังร่างแล้วก็ไม่ได้มีการอุทิศส่วนกุศลไปให้เหมือนประเพณีของชาวพุทธ ทำให้วิญญาณของชาวมุสลิมได้รับแต่ความทุกข์ อดๆ อยากๆ ท่านครูบาก็เลยมีเมตตากรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ แล้ววิญญาณเหล่านั้นก็ได้รับผลบุญในครั้งนี้ ต่างก็ยกมือท่วมหัวอนุโมทนาในการนี้ด้วย ซึ่งเป็นคำบอกเล่าของท่านครูบาที่ได้เมตตาเล่าให้ลูกศิษย์ฟัง

ด้านวัตถุมงคลของครูบาที่มีชื่อเสียง ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทเครื่องรางของขลัง ได้แก่ ตะปูเสก ตะกรุดเสือโคร่ง ตะกรุดเสือสมิง และลูกอม ท่านสร้างลูกอมขึ้นมาเพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้านและผู้ที่ไปทำบุญที่วัดปากกอง โดยท่านครูบาสิงห์แก้วท่านจะปลุกเสกทุกคืนแล้วแจก พุทธคุณของลูกอมของท่านใช้กันภูติผีที่อาจจะมารังควาน และเพื่อความเป็นสิริมงคล

"พระครูสิริธรรมโฆษิต" หรือ "ครูบาสิงห์แก้ว ญาณวโร" หรือ "ครูบาปากกอง" หรือ "ครูบาผีกลัว" วัดปากกอง จ.เชียงใหม่ สมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ท่านได้สร้างลูกอมเกศากันผี ไว้ทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่น 1 รุ่น 2 และรุ่น 3 ลูกอมเกศากันผีของท่านท่านจะทำเองปั้นเองทุกลูก สำหรับมวลสารที่ท่านครูบาสิงห์แก้วได้เสาะแสวงหามาเป็นส่วนผสมในลูกอมนั้นเป็นของที่มีคุณวิเศษในตัวทั้งสิ้น และผงบางอย่างก็เป็นผงที่หาได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผงอิทธิเจของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ซึ่งได้มอบผงวัดปากน้ำให้กับท่าน เมื่อครั้งมาร่วมปลุกเสกพระที่วัดพระสิงห์ ทรายเสก ดอกไม้ไหว้พระทุกวันศีล 9 ก้านธูป ว่านทรหด ว่านสามพันตำลึง ว่านเสน่ห์จันทน์ขาว เกศาของท่านครูบาสิงห์แก้ว และเกศาของท่านครูบาพรหมยานเถระ แห่งวัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน ซึ่งเป็นอาจารย์องค์หนึ่งของครูบาสิงห์แก้ว

ลูกอมที่ครูบาสิงห์แก้วสร้างขึ้นมานั้นล้วนพิถีพิถันละเอียดอ่อนทุกขั้นตอนและถูกต้องตามตำราทุกประการ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนขวัญอ่อน กลัวผีเป็นชีวิตจิตใจ เด็กร้องไห้กลางคืน คนเดินทางไกล มีพกติดตัวไว้เพื่อความสบายใจ "กั๋นผีไว้ก่อน" เป็นประโยคคำพูดที่ท่านครูบาสิงห์แก้วมักจะพูดให้กับลูกศิษย์ลูกหาฟังอยู่บ่อยๆ ไว้เพื่อเป็นการเตือนสติและเป็นปริศนาธรรมของครูบาสิงห์แก้วมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับ "ลูกอมรุ่น 2" ไม่มีแล้ว เพราะหลังจากที่ครูบาท่านมรณภาพคณะศิษย์ได้นำลูกอมรุ่น 2 ทั้งหมดมาผสมกับอัฐิท่านปั้น เป็นลูกอมรุ่น 4 หรือรุ่นอัฐิ ตามที่ท่านได้สั่งไว้ก่อนมรณภาพ ส่วนลูกอมรุ่น 3 ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายมีประสบการณ์มากมายนักในเรื่องกันผีไล่ผีและปราบผีนั้นฉมังนัก มีเรื่องเล่าว่า แถวสันกำแพงมีเรือนไม้สักเก่าหลังโต (เป็นเรือนของคหบดีสมัยก่อน) เฉพาะเสาเรือน 60 ต้นผีดุมาก เจ้าของใหม่ที่ซื้อบ้านหลังนี้ไว้โดนผีหลอกจนอยู่ไม่ได้ สุดท้ายได้ลูกอมรุ่น 3 ไปห้อย ปรากฏว่าไม่โดนผีหลอก ผีไม่มา รบกวนอีกเลย

เครื่องรางของขลังอีกชนิดที่ต้องกล่าวถึงคือ "ตะปูเสกกาสะท้อน" (ป้องกัน, สะท้อนกลับ) ที่ได้รับการยกย่องเป็นเครื่องรางอันดับหนึ่งของล้านนา ที่มีคุณวิเศษทางด้านป้องกันคุณไสยไม่ให้สะท้อนกลับ และทางด้านเมตตามหานิยมในตัว สร้างจากตะปูที่ใช้เสกสะกดวิญญาณแล้วพอกด้วยผงพุทธคุณที่มีมวลสารต่างๆ เช่น ทรายเสก ก้านธูปเสก ผงหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ (หลวงพ่อสดได้นำผงปากน้ำรุ่นสองมาให้ครูบาสิริ ครั้งมาปลุกเสกพระที่วัดพระสิงห์) และข้าวก้นบาตรครูบาสิริ ผงปัทมัง ผงอิทธิเจ และเกศามาผสม แล้วพอกที่ตะปูเสกลูกอมเกศาก็มีมวลสารเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันนี้วัตถุมงคลของครูบาสิงห์แก้วเริ่มหายากแล้ว ไม่ว่าจะลูกอม หรือตะปูเสกพอกผง เป็นที่แสวงหากันมาก สนนราคาว่ากันถึงหลักหมื่นกลางๆ ก็มีคนสู้ เพราะของของท่านมีประสบการณ์มากจริงๆ

นักการเมืองท้องถิ่นท่านหนึ่ง (ไม่ขอออกนาม) ตามเก็บเป็นสิบครับ เพราะตัวแกโดนทำของใส่นอนกลางคืนเอาไว้ใต้หมอน ตื่นเช้าตกใจตะปูตกบนผ้าห่ม ข้างเตียง เป็น 10 ตัว เป็นแบบนี้อยู่ถึง 5 วันด้วยกัน แกถึงศรัทธามากๆ ฟังแล้วเหลือเชื่อ แต่สำหรับลูกศิษย์ลูกหาต่างเชื่อสนิทใจ