พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง ลูกอม และ ตะกรุดลูกอม ดีทางแคล้วคลาด คงกระพัน
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ลูกอม และ ตะกรุดลูกอม ดีทางแคล้วคลาด คงกระพัน PDF พิมพ์ อีเมล

ลูกอม และ ตะกรุดลูกอม ดีทางแคล้วคลาด คงกระพัน

         ลูกอม  เป็นเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่ง  ลักษณะส่วนใหญ่ของลูกอมทำเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเล็ก  ใช้อมเป็นเครื่องรางของขลัง  เพื่อคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายในพจนานุกรม  ท่านบัญญัติเอาไว้อย่างนั้น 
 
         ส่วนลูกอม  จะมีกำเนิดเกิดขึ้นมาแต่ครั้งใดนั้นไม่ทราบ  และก็ยังค้นหาหลักฐานได้ไม่แน่ชัด แต่ผู้เขียนเข้าใจว่าคงเกิดจากการประดิษฐ์คิดแต่งนำเอาวัสดุอาถรรพณ์มาสร้างตามคติ  ของท่านโบราณาจารย์ที่เห็นว่าดีงาม  มิได้มีระบุไว้ในตำราแต่อย่างใด  ด้วยเหตุนี้ ในแวดวงนักนิยมสะสมเครื่องรางของขลังจึงปรากฏมีลูกอมสร้างด้วยวัตถุอาถรรพณ์ต่าง ๆ นานาสุดที่จะพรรณนาได้  ครบถ้วนในชั้นนี้ใคร่ขอเขียนเสนอแนะนำเฉพาะลูกอมซึ่งอยู่ในความนิยมเล่นหากันอย่างกว้างขวางเป็นอันดับแรกก่อน
 
ลูกอมผง  มีส่วนผสมของผงวิเศษซึ่งได้จากการเขียน  ผงตามสูตรบังคับเช่น  ผงปถมํ อิถิเจ  มหาราช  ตรีนิ สิงเห  ผงพุทธคุณ และผงเกร็ดต่าง ๆ เป็นต้น
 
         ผงวิเศษต่าง ๆ เหล่านี้เป็นของดีที่สำเร็จในอิทธิอภินิหารย์ด้วตนเองมีพุทธานุภาพตามแต่ท่านคณาจารย์จะอธิษฐานจิตลงไปการเขียนผงวิเศษส่วนหญ่ก็เพื่อนำเอามาผสมผสานสร้างเป็นพระเครื่องเช่น  พระผงสมเด็จวัดระฆัง  วัดใหม่อมตรสของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต  พรหมรังสี)  เป็นต้น
 
         การสร้างลูกอมผงนั้น  ส่วนใหญ่เป็นผลพลอยได้จากการสร้างพระเครื่อง  คือเมื่อนำเอาผงวิเศษไปผสมผสานคลุกเคล้ากับตัวยึดเกาะและเนื้อหาสำคัญ  เช่น  ผงปูนหอย  กล้วยน้ำว้า  น้ำผึ้ง  น้ำอ้อย  น้ำมันตั้งอิ๊ว  เมื่อเหลือจากการพิมพ์พระแล้วจึงนำเอามาปั้นเป็นลูกอม  มีลักษณะเป็นลูกกลมเล็ก ๆ ใช้อม  มีพุทธคุณไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพระพิมพ์เช่นกัน
 
         ลูกอมผงที่มีชื่อเสียงก็คือ  ลูกอมของหลวงพ่อดิ่ง  วัดบางวัว  อำเภอบางปะกง  จังหวัดฉะเชิงเทรา  ท่านนิยมสร้างเป็นลูกกลมมีขนาดเล็กประมาณเท่าปลายนิ้วก้อย  สีออกไปทางน้ำตาลส่วนใหญ่  จะปิดทองมาแต่เดิม
 
         ส่วนลูกอมผงของหลวงพ่อพริ้ง  วัดบางปะกอก  อำเภอราชบูรณะ  กรุงเทพมหานคร  สร้างด้วยผงวิเศษผสมผงขี้ธูป  สีออกขาวอมเทา  (สีนกพิราบ)  ลักษณะการปั้นไม่ค่อยจะกลมเท่าใดนักตามความเข้าใจว่าเป็นผงที่เหลือจากการสร้างพระพิมพ์ของหลวงพ่อในชุดพระสมเด็จพิมพ์พระคงและพิมพ์อื่น  ลูกอมของหลวงพ่อพริ้ง  วัดบางปะกอก  มีชื่อเสียงโด่งดัง  ในเชิงคงกระพันเป็นที่นิยมแสวงหากันมากจนกระทั่งสร้างไม่ทันแจก  ท่านต้องให้ลูกศิษย์วัดไปเที่ยวเก็บก้อนกรวดมาปลุกเสกแจกต่างลูกอมก็มี
 
         ลูกอมสีเทาดำ  เนื้อหยาบ ๆ ของ  หลวงพ่อพริ้ง  เมื่อคราวเปิดกรุที่วัด  ยังพอมีและในแวดวงสนามพระเครื่องเคยเห็นอยู่บ่อย ๆ ส่วนราคาเล่นหาตักอยู่ราว ๆ เม็ดละหลายร้อยบาทยังมีลูกอมของหลวงพ่อร้าย  วัดเขายี่สาร  จังหวัดสมุทรสงครามลูกอมของท่าเป็นลูกอมชั้นดีอีกท่านหนึ่งการสร้างของท่านมีเอกลักษณ์เฉพาะคือสร้างด้วยวัสดุอาถรรพณ์  เป็นเนื้อผงสีออกน้ำตาลไหม้  ปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดโตประมาณเท่าหัวนิ้วชี้  และที่สำคัญที่สุดก็คือ  มีหูร้อย  หูทำด้วยลวดสังกะสีขมวดเป็นหูฝังอยู่ทุกลูกไป  ผิดกับเขาอีกตรงมีหูลูกอมของท่าน  ดีตรงเขี้ยวงาคงกระพัน
 
         ข้อพิจารณาลูกอมของหลวงพ่อร้าย  วัดเขายี่สาร  ประการแรกก็ดูความเก่าความแห้งของเนื้อหา  ถัดลงมาก็คือร่องรอยการผุกร่อนของห่วงลวด  (ซึ่งปิดเป็นเกลี่ยวอยู่ที่ด้านบน)  แลลูกอมเนื้อผง  อาจจะมีสร้างกันอยู่หลายคณาจารย์แต่หาเอกลักษณ์เฉพาะรายมาเป็นข้อสังเกตยังไม่ได้

         ส่วนลูกอมชานหมาก  ไม่มีใครแจ๋วเท่ากับของหลวงปู่ทอง  วัดราชโยธา  กรุงเทพมหานคร  มีอยู่เฉพาะบรรดาลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเท่านั้น  กรุณาอย่าไปอุตริหาเข้าเชียวนา  จะโดนแหกตา  ส่วนของจริงเขาหวงกันอย่างกับอะไรดีเอามาบอกกันพอเป็นที่รู้จักเท่านั้นและลูกอมดินเผาของหลวงพ่อแช่ม  วัดดาก้อง  จังหวัดนครปฐม  ลูกอมของท่านนี้แปลกก็ตรงที่ใช้ดินท้อง
นาปั้นเป็นลูกกระสุนกลม ๆ ภายในมีกระดาษเขียนหัวใจพุทธมนต์บรรจุอยู่  แล้วเอาเข้าเตาเผาสีแดงอย่างกับสีหม้อดินใหม่  (สีอิฐ)  สร้างแจกเป็นจำนวนมากเมื่อครั้งสงครามอินโดจีน  ปรากฏว่ากระดาษภายในยังอยู่ปกติดี  ไม่มีรอยไหม้เกรียมแม้แต่น้อย  แสดงว่าของท่านใช้ได้ดีทีเดียว
 
         แม่แต่ลูกอมของหลวงพ่อเนียม  วัดน้อย  จังหวัดสุพรรณบุรี  ละก้อ ย่อมเป็นที่รู้จักกันดีทีเดียวแหละเพราะกิตติศัพท์ในพระเดช  พระคุณท่านอาจารย์รูปนี้ดังหลายยิ่งตอนท่านฤๅษลิงดำ  เขียนประวัติของหลวงพ่อปาน  วัดบางนมโค  ตอนท่านเป็นอาจารย์ด้านวิปัสสนาของหลวงพ่อปานแถมแทรก  เกร็ดปาฏิหาริย์เกี่ยวกับหลวงพ่อเนียม  วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่  ผู้เขียนเอารู้จักหลวงพ่อเนียมดี  ก็อีตอนอ่านหนังสือประวัติหลวงพ่อปานนี้เหมือนกัน
 
         จะว่าดังไม่ดัง  ดูได้จากยอดพระเครื่องเนื้อตะกั่วพิมพ์งบน้ำอ้อย  และพิมพ์พระคงของท่าน  แต่ถ้าพูดถึงลูกอมของท่านสร้างแปลก  และมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองคือสร้างเป็นลูกกลม ๆ ขนาดค่อนข้างเขื่องสักหน่อย ประมาณปลายหัวนิ้วโป้งด้วยเนื้อตะกั่ว  เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้สร้างพระเครื่องพิมพ์งบน้ำอ้อย  และพิมพ์พระคงนั่นแหละ  อีกเนื้อหนึ่งสร้างด้ายเนื้อเมฆพัด  ผิดดำสนิทเป็นมันวาว  ข้อสังเกตที่สำคัญก็คือ  ตรงกลางลูกอม  มีรอยบุ๋มลงไป  เรียกกันว่า  “ลูกอมมีสะดือ”
 
         ลูกอมนอกจากจะมีการสร้างด้วยเนื้อผง  ตะกั่วเมฆพัด  ดังกล่าวมาแล้วยังมีสร้างด้วยวัสดุอาถรรพณ์ชนิดอื่น ๆ อีก  น้ำตาเทียนชัย  ในการพุทธาภิเศกปั้นเป็นลูกอมนิยมว่าเป็นของดี  ขี้ผึ้งนำมาลงอักขระเลขยันต์ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกปั้น  เป็นลูกอม ๆ ลักษณะลูกอมเรียกว่า  “นวด”  ซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังชั้นดีอีกประการหนึ่ง  นวดหรือลูกอมขี้ผึ้งที่แสวงหากันมากก็คือ  ลูกอมขี้ผึ้งของหลวงพ่อเอีย  วัดบ้านด่าน  จังหวัดปราจีนบุรี  ซึ่งมรณภาพไปแล้ว
 
         ปัจจุบัน  หลวงพ่อครู  ปริสุทโธ  แห่งวัดสระแก้ว  จังหวัดนครราชสีมา  พระอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในด้านการตอกฝังตะกรุด  เป็นเอกอุดมในด้านอยู่ยงคงกระพัน  และท่านได้สร้างลูกอมขี้ผึ้งอยู่บ้างเหมือนกัน  แต่มีแจกเฉพาะลูกศิษย์ลูกหา  ถ้าผู้อ่านท่านศรัทธาอยากจะได้ไว้คุ้มตัวเดินทางผ่านไปขอท่านบ้างก็ได้ขออย่างเดียวอย่าว่าผมบอกก็แล้วกัน
 
         ลูกอมท่านคณาจารย์นิยมสร้างกันมากก็คือ  ลูกอมลบถม  ซึ่งส่วนมากนิยมลง  (อักขระเลขยันต์) ถมในแผ่นตะกั่ว  ซึ่งสะดวกสบายกว่าวัสดุชนิดอื่น  วิธีลบถมก็คือหล่อตะกั่วให้ละลายแล้วเทในถาดขนมปาดหน้าให้เรียบแล้ว  จึงนำมารจารลงอักขระเลขยันต์ตามถนัดหรือตามพระยันต์  ที่ได้เล่าเรียนมาลงไปภาวนาไปจนเต็มเนื้อที่แล้วก็ใช้ลูกสะบ้าขัดทับลงไปให้เรียบแล้วจึงลงใหม่กระทำอยู่เช่นนี้ไปจนกว่าจะเห็นว่าลงจงดี  แล้วให้ลองเอาใส่กระทะหลอมไฟดูถ้าดีถึงเกณฑ์สุดจะหลอม  ไม่ละลายนั่นแหละ  ท่านอาจารย์จะนำเอามากล่อมเป็นลูกกลม ๆ มีน้ำหนักประมาณ 1 บาท เรียกว่าลูกอมสะกด  แจกตามบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและเพื่อความสะดวกในการร้อยเชือกห้อยแขวนคอหรือคาดเอว  ท่านจะเจาะรูตรงกลางมีชื่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  “ลูกสะกด
 
         ลูกสะกด  เนื้อตะกั่วลบถมของเก่าเคยมีผู้ขุดพบตามกรุหรือเจดีย์เก่า ๆ สมัยอยุธยามีคราบขุมสนิมจับแดงไปหมดแสดงว่า  ท่าโบราณาจารย์สมัยโบราณนิยมสร้างกันมากลูกสะกดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เสาะแสวงหากันมาก  คือลูกสะกดวัดพระแก้ว  (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม)  เป็นชนิดสร้างด้วยเนื้อชิน  เงิน  และเนื้อเมฆสิทธิ์  (เป็นอโลหะประเภทเดียวกันกับเนื้อเมฆพัด  ตกแตกจะมีสีออกเขียวแบบปีกแมลงทับ  ขัดผิวออก  เนื้อภายในจะขาววับอย่าง  สีเงินยวง  และผิวจะกลับเขียวในเวลา  2 – 3 ชม.)  ตามความเข้าใจเนื้อเมฆสิทธิ์นี้เป็นท่านอาจารย์สมัยก่อนสร้างเอาไว้มาในสมัยนี้  ไม่ปรากฏว่าพระอาจารย์รูปใดจะสร้างเนื้อเมฆสิทธิ์ได้  นอกจากท่านพระอาจารย์ทับ  วัดองนงคาราม  ธนบุรี  รูปเดียว  เป็นที่น่าเสียดายว่าท่านได้มรณภาพไปนานแล้วท่านได้สร้างลูกอม  เนื้อเมฆสิทธิ์และเป็นที่นิยมเล่นหากันอยู่มากเหมือนกัน
 
         ตะกรุดลูกอมม้วนเป็นก้อนกลม ๆ มีความกว้างขนาดเท่าใบมะขาม  ยาวประมาณเจ็ดนิ้ว  ลงในแผ่นทอง  นาค  เงิน  ตะกั่ว  ทองแดง  อะลูมิเนียม  ก็เคยพบ  เมื่อลงแล้วม้วนเข้าเป็นตะกรุดจึงมีลักษณะกลมป้อม  ร้อยด้วยไหมเจ็ดสี  เรียกกันว่า  “ตะกรุดลูกอม
 
         ตะกรุดลูกอมที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากก็คือ  ตะกรุดลูกอม  ของหลวงปู่ยิ้ม  หลวงปู่เหรียญ  วัดหนองบัว  จังหวัดกาญจนบุรี  หลวงพ่อวัดใต้  หลวงปู่ดี  วัดเหนือ  จังหวัดกาญจนบุรี  หลวงปู่ใจ  วัดเสด็จ  จังหวัดสมุทรสงครามสืบทอดวิชาทำตะกรุดลูกอมมาจากหลวงปู่ยิ้ม  วัดหนองบัว  ต้นตำรับทั้งสิ้น
 
         ตำราการลงตะกรุดลูกอม  ของพระเดชพระคุณ  หลวงปู่ยิ้ม  วัดหนองบัว  นี้เป็นของเก่าตกทอดมาแต่ครั้งสมัยอยุธยาของเดิมลงด้วยพระคาถาอิชันโตชิโตอิชันโส  โลกธาตุตุมหิ  เรียกว่า  “วิชาโลกธาตุ” ผู้ที่จะเรียนสำเร็จวิชาโลกธาตุนี้ได้จะต้องมีสมาธิจิตแก่กล้า  จนกระทั่งภาวนาบทพระคาถานี้พร้อมกับเพ่งไส้เทียนขาดจึงจะเรียกว่าเรียนสำเร็จ
 
         ตะกรุดลูกอมของแท้  (ของเก่า)  มีอุปเท่ห์อยู่มากมายใช้ได้รอบตัวเกือบลืมก่อนที่หลวงปู่ใจ  วัดเสด็จ  จังหวัดสมุทรสงคราม  ท่านจะมรณภาพนั้น  ยังไม่มีสานุศิษย์ของท่าน  รูปใดที่มีคุณสมบัติพอที่จะรับถ่ายทอดวิชาลงตะกรุดลูกอมนี้ได้  และท่านเกรงวิชาของท่านจะสูญจึงนำเอาไปฝากกับหลวงพ่อเนื่องวัดจุฬามณี  จังหวัดสมุทรสงครามไว้  และท่านก็ได้เรียนวิชานี้สำเร็จเพียงองค์เดียวเท่านั้น
 
         ยังมีอยู่อีกหน่อย  คือ  เรื่องลูกอมชนิดทำด้วยใบลาน  ใบตาล  มีลักษณะกลมป้อม  คล้ายตะกรุดลูกอม  เหมือนกันท่านคณาจารย์ผู้ชาญฉลาด  ท่านได้เอาใบลานหรือ  ใบตาลมาลงหัวใจพุทธมนต์ต่าง ๆ ลงไปแล้วม้วนเป็นรูปกลม ๆ ตรงกลางมีรู  ส่วนมากจะถักด้วยเชือกแล้วลงรักปิดทองเป็นเครื่องรางของขลังอีกชนิดหนึ่ง  ที่เคยเห็นและนิยมเล่นหาอยู่มากเหมือนกัน  ลูกอมใบลานนี้บางท่านเรียก  “ลูกอมกลอง” (ตะกรุดลูกกลอง) ของเก่ามีสร้างหลายอาจารย์ด้วยกัน
 
ปัจจุบันมีสร้างอยู่อาจารย์เดียวคือหลวงพ่อเทียม  วัดลาดหลุมแก้ว  อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

 
 

Main Menu

VirtueMart Login