|
วัดตาลเจ็ดยอด จัดงานสมโภช องค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) |
|
|
|
|
วัดตาลเจ็ดยอด จัดงานสมโภช องค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นพระสงฆ์ที่คนไทยทั่วประเทศรู้จักประวัติและความศักดิ์สิทธิ์แห่งพระบารมีมากที่สุดองค์หนึ่ง โดยเฉพาะ "พระพิมพ์สมเด็จ" ของท่านเป็นที่ใฝ่ฝันของนักสะสมพระเครื่องทุกคน ไม่ว่าจะพิมพ์วัดระฆัง, บางขุนพรหม หรือเกศไชโย ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏมีรูปหล่อแทนองค์ท่านประดิษฐานอยู่ตามวัดวาอาราม และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แทบจะทั่วทั้ง 76 จังหวัด และที่นิยมสร้างกันอย่างมากก็คือ รูปหล่อสมเด็จโตองค์ใหญ่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) องค์ใหญ่ที่สุดในโลก" วัดตาลเจ็ดยอด ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ไปแล้ว
รูปหล่อสมเด็จโตวัดตาลเจ็ดยอดนับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขนาดหน้าตักที่กว้างถึง 11 เมตร สูง 18 เมตร ผลงานการสร้างสรรค์ของ "พระมหาจำนงค์ จรณธัมโม" เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ซึ่งความเป็นมาในการสร้างนั้นเริ่มต้นจากปี 2547 พระมหาจำนงค์ท่านได้รับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาส ได้เล็งเห็นว่าบริเวณวัดร่มรื่นมากเหมาะสำหรับเป็นสถานปฏิบัติธรรม จึงมีความคิดสร้างรูปหล่อหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ประดิษฐานไว้ ณ วัดแห่งนี้
จึงได้อธิษฐานจิตต่อหน้ารูปจำลองสมเด็จโตที่วัดใหม่อมตรส เขตพระนคร กรุงเทพฯ พร้อมกับจัดสร้างวัตถุมงคล พระสมเด็จบางขุนพรหม รุ่นย้อนยุคปี 2547 ขึ้นเพื่อนำปัจจัยรายได้มาเป็นทุนดำเนินการจัดสร้าง ซึ่งในครั้งนั้นได้นำปัจจัย 200,000 บาทมาปั้นหุ่นและเริ่มโครงการก่อสร้าง
ปี 2548 หลังจากปั้นหุ่นเสร็จทางวัดได้บอกบุญออกไป ปรากฏว่ามีผู้มีจิตศรัทธามาขอรับเป็นเจ้าภาพหล่อชิ้นส่วนครบทั้ง 16 ชิ้น (ชิ้นละ 1 ล้านบาท) โดยมีเจ้าภาพใหญ่ 3 ท่านคือ คุณประภาพร ธนรัตน์, คุณปลิว-คุณเพ็ญศรี ตรีวิศวเวทย์ และคุณกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน จากนั้นได้ประกอบพิธีเททองหล่อชิ้นส่วนต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2549 โดยทำพิธีเททองหล่อส่วนเศียรที่วัดตาลเจ็ดยอด เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2549 
ต่อมาได้ทำพิธีอัญเชิญรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ขึ้นบนแท่นฐานเป็นปฐมฤกษ์ในวันอาทิตย์ที่ 14 ม.ค.2550 โดยมีพระเทพวิสุทธิเมธี (เที่ยง) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายอภัย จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารและพนักงานธนาคารออมสิน รวมทั้งประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก
หลังจากนั้นวันที่ 25 มี.ค.2550 ได้จัดพิธียกเศียร (กระหม่อม) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสุดท้าย ในฤกษ์เวลา 10.39 น. โดยมีพระครูปภัสสรวรพินิจ (หลวงพ่อไพโรจน์) เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ บริษัท ช.การช่าง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ต่อมาได้ประกอบพิธีเบิกเนตรเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค.2550
สำหรับรูปแบบของหลวงพ่อโตที่สร้างนั้นเป็นการผสมผสานระหว่างหลวงพ่อโตที่วัดใหม่อมตรส และวัดอินทรวิหาร โดยหลังจากก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วได้มีประชาชนในจังหวัดประจวบฯ และใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาสักการะกราบไหว้ ชื่นชมความยิ่งใหญ่ตระการตา และบนบานขอให้ท่านประสิทธิ์ประสาทความสุขสมหวังดังปรารถนา ซึ่งปรากฏว่ามีหลายรายที่สัมฤทธิผล โดยเฉพาะในด้านแคล้วคลาด ปลอดภัย และได้โชคลาภ
ทั้งนี้ ทางวัดได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ และก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรมเพื่อรองรับญาติโยม พร้อมกับเตรียมโครงการงานสร้างศาสนสถานที่จำเป็นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้วัดมีความสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด
สำหรับในเทศกาลปีใหม่ 2553 ทางวัดจะจัดงานสมโภชองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) องค์ใหญ่นั้น วันที่ 1 ม.ค.2553 ร่วมบรรพชา-อุปสมบทเพื่อบูชาองค์สมเด็จโต และถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 1-3 ม.ค.2553 ร่วมบวชเนกขัมเพื่อบูชาองค์สมเด็จโต และถวายแด่พระบูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ และวันที่ 2 ม.ค.2553 เชิญพุทธศาสนิกชนแต่งชุดขาวร่วมพิธีบวงสรวง และสมโภชองค์สมเด็จโต ในเวลา 09.19 น.
ผู้ที่สนใจร่วมบรรพชา-อุปสมบท และบวชเนกขัม ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. 08-6843-1328, 08-9125-8189 การเดินทางสะดวกสบายไป-กลับได้ในวันเดียว
|