พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง สรู้ตู๊-ซูลูสร้าง
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


สรู้ตู๊-ซูลูสร้าง PDF พิมพ์ อีเมล

สรู้ตู๊-ซูลูสร้าง

         ขึ้นชื่อว่า "พระเก๊" เริ่มเกเรมานานแล้ว คือไม้เบื่อไม้เมาเก่าแก่คู่วงการ สรรพนามที่ใช้เรียกแซววัตถุไม่เป็นมงคลเหล่านี้ จึงมีมากมายตามยุค บัญญัติไว้โดยเซียนแต่ละสมัย ผมจะทยอยเล่าให้ฟัง แต่วันนี้ต้องขอยกครูก่อน โดยเสนอศัพท์พระเก๊ยุคต้นของคนรุ่นพี่ อ่านกันได้เลยครับ...สนุกดี!

         สรู้ตู๊ : พระเก๊ จัดเป็นศัพท์สแลงคำแรกๆ-น่ารักของตักศิลา นิยมใช้กันมากเมื่อหลายปีก่อน เซียนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จัก บางท่านอาจคุ้น-เคยพูด แต่มักไม่รู้ที่มา เป็นคำสะดุดที่จุดประกายให้ผมเกิดความสนใจ ทำให้ต้องค้นคว้า "ภาษาเซียน" เขียนหนังสือจนเป็นเรื่องเป็นราว ย้อนไปที่เคยเล่าเมื่อหลายตอนก่อน เซียนชั้นดีเขาจะสอนให้พูดเพราะ-ถนอมน้ำใจและมีมารยาท ห้ามบังอาจไปบอกว่าพระของใครเก๊ ยามเมื่อมีคนยื่นพระมาให้ส่อง

          แน่นอนถ้าเป็นพระแท้ก็เรื่องเงียบ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ดี บรรยากาศก็เริ่มอึดอัด-อึมครึม คำว่า "เก๊" พูดไม่ได้-ไม่ถนัด ต้องคัดสรรถ้อยคำทดแทนใช้ให้คลี่คลาย เพื่อกันงง จึงต้องตกลงเป็นโค้ดลับ-เป็นศัพท์สำหรับสื่อสาร รับรู้กันเฉพาะในกลุ่มก๊วน ที่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้จะพูดเป็นประโยคบรรทัดฐานเดียวกันว่า... "ขอบคุณครับ...มีอะไรมาดูอีกมั้ยครับ"

         แต่ในช่วงที่วงการพระเพิ่งเปิดซิง ทุกเซียนต้องใช้ไหวพริบพลิกแพลง ค้นหาคำพูดมาตอบให้นุ่มนวลหรือหนุกๆ-ขำๆ แต่งสรรกันไป แล้วแต่จินตนาการของแต่ละท่านจะบรรเจิด "สรู้ตู๊" หรือ "ซาลู้ตู๊" คือหนึ่งในศัพท์ฮิต-พิสดาร นิยามมาใช้แทนพระเก๊ ผู้ประดิษฐ์คิดคำนี้คือ คุณ "สมพร ทันตเวช" หรือชื่อเล่นว่าคุณ "เล็ก" เป็นเซียนรุ่นใหญ่วัยใกล้ 70 เชี่ยวชาญวัตถุมงคลประเภทรูปหล่อโลหะ แถมตัวจริงก็เป็นหนุ่มหล่อบุคลิกดี จึงมีฉายาเรียกขานกันว่า อาจารย์ "เล็กรูปหล่อ" "สรู้ตู๊" มีที่มาค่อนข้างฮา

         เหตุการณ์วันนั้นราวปี 2515 กระทาชายนายหนึ่งนำพระมเหศวรเก๊มาให้ส่อง อาจารย์เล็กมองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่า...ไม่รอด คิดแปล๊บนึง จึงเอ่ยออกไปแบบต้อง-งงว่า "องค์นี้เขาเรียกพระ...สรู้ตู๊..." เป็นใครก็ต้องสงสัย-เป็นมึน จึงสวนกลับทันควันว่าคืออะไร ด้วยปฏิภาณอันว่องไว จึงขยายความโดยด้นสดเป็นเรื่องราว เล่าดำน้ำกันแบบลื่นไหล ...ว่าครั้งนั้นหลายปีก่อน มีชายชาวจีนโพ้นทะเล มาตั้งรกรากที่จ.สุพรรณฯ วันนึงได้ไปนั่งพักผ่อนที่ข้างๆ เจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุ เห็นกระรอกกระโดดออกจากโพรงเล็กใต้ฐาน จึงแอบลองขุดดู

         อู้ฮู้! เป็นกรุบรรจุพระและแผ่นทองคำจารึกอักขระมากมาย จึงลักลอบ-หลอมเฉพาะทองคำ นำกลับไปบ้านที่เมืองจีน เหลือไว้เพียงพระเครื่อง พิมพ์นี้ไว้คากรุ ชาวบ้าน จึงนำมาแจกจ่ายคล้องคอบูชา ต่อมา จึงพากันตั้งฉายาพระพิมพ์นี้ว่า...สรู้ตู๊ ตามชื่อแซ่ของชาวจีนผู้ขุดค้นพบพระพิมพ์ดังกล่าว... ไม่มีใครเขาจะชื่อเพี้ยนได้ขนาดนั้นหรอกครับ

         อาจารย์เล็กแกสร้างตัวละครขึ้นมาเอง แล้วแต่งเรื่องใหม่อิงข้อมูลจริงบางส่วน แล้วที่เล่าเป็นปี่-ขลุ่ย ไม่ใช่พูดชุ่ยๆ เพียงเพื่อขำๆ แต่พยายามรักษาน้ำใจ ไม่อยากให้ชายคนนั้นต้องเสียใจกลับบ้าน ภายหลังคำนี้มีการพูดต่อกันจนเป็นสากล ทุกปริมณฑลสนามพระต่างรู้จักความหมาย จนมีคนต่อพ่วงเติมท้าย กลายเป็นประโยคว่า "สรู้ตู๊...ซูลูสร้าง"

         ผมได้ยินจากเซียนแผงจรนอกสนามย่านเมืองนนท์ "ซูลู" คงรู้ว่าคือชื่อเผ่าคนป่า ไม่มีอารยธรรมเกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธแต่อย่างใด การพูดว่าพระเก๊นี้คนป่าซูลูเป็นผู้สร้าง ก็แค่เพียงถากถางอย่างสะใจ ให้รู้ไว้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมนอกพุทธจักร พึงห่างไกลไว้นะ...ท่านผู้เจริญ!

 
 

Main Menu

VirtueMart Login