พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ สร้างบารมี เป็น เรื่องยาก (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


สร้างบารมี เป็น เรื่องยาก (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

สร้างบารมี เป็น เรื่องยาก (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)



นับตั้งแต่ปี พ. ศ. ๒๕๒๘ ที่หลวงพ่อกลับมาอยู่ที่วัดบ้านไร่อีก ครั้งท่านได้เร่งสร้างสาธารณประโยชน์เป็นการใหญ่ ไม่ว่า จะเป็นกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ อุโบสถหลังใหม่ราคาหลายสิบล้านบาท ที่ใช้เวลาสร้างไม่ถึงปีก็ลุล่วง

ยังมีถนนของชาวบ้านไร่ ซึ่งแต่ก่อนไม่ได้กว้างขวางเหมือนเดี๋ยวนี้ ทั้ง ขรุขระบางตอนเหมือนกับหล่มควายใหญ่ รถสวนกันไม่ได้ เพราะไม่มีใคร เสียสละที่ดินของตัว เองเพื่อขยายถนน

หลวงพ่อ เห็นเช่นนั้นก็เรียกชาวบ้านเจ้าของที่ดินมาพูดคุยพร้อมหน้า “กูจะทำถนนให้มันกว้างตรงไปยังถนนใหญ่ พวก เอ็งควรเสียสละที่ดิน เพื่อพัฒนาบ้านไร่กับกู ลูกหลานภายหน้าจะได้สะดวกสบายกัน บ้านไร่ จะได้เจริญขึ้น กูขอบิณฑบาต ใครขัดข้องบอกมาเลย” เงียบ...ไม่มีใครโต้แย้ง ทุกคนยินดีเสียสละหมด ไนเรื่องการศึกษา หลวงพ่อได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ ท่านเคย กล่าวอยู่เสมอ

“คนบ้านนอกมันไร้การศึกษา จะไปทันคนอื่นเขาได้อย่างไร การจะสร้างฐานะได้นั้นต้องเป็นคนที่มีการศึกษาดี คนอีสานไม่ทันภาคอื่นเขาก็ เพราะด้อยการศึกษา”

ด้วยเหตุนี้ท่านจึงไปซื้อที่ดินไว้จำนวนหนึ่ง ย้ายโรงเรียนที่เคยอยู่ใน ที่ดินวัดไปไว้ที่นั่น สร้างอาคารเรียนชั้นหลัง มีโรงอาหารและอุปกรณ์ การเรียนครบ ปัจจุบันท่านก็ได้สร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมและทันสมัยขึ้น จะเห็นได้ก่อนเข้าสู่วัดบ้านไร่นั่นเอง

ใช่จะสร้างสถานศึกษาที่วัดบ้านไร่เพียงแห่งเดียว ท่านยังบริจาคเงินไม่ต่ำกว่า ๘๐ ล้านบาทให้กับโรงเรียนต่างๆ ใน จังหวัดนครราชสีมาและอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน

หลวงพ่อคูณไม่ได้หยุดยั้งการสร้างและการพัฒนาอยู่แค่นี้ ท่านเห็นว่าคนในชนบทนั้นขาดแคลนไปทุกอย่าง เจ็บป่วยกันที่ไปนั่ง รอนอนรออยู่ที่โรงพยาบาลด่านขุนทดโดยมีจำนวนมากในแต่ละวัน

คนเจ็บไม่มีเตียง ไม่มีห้องจะนอน ท่านเห็นก็เศร้าใจนัก ท่านจึงได้ จัดสร้างอาคารผู้ป่วยขึ้น ๒ หลัง พร้อมด้วยอุปกรณ์การแพทย์อีกหลาย รายการ จนโรงพยาบาลด่านขุนทดเป็นโรงพยาบาลที่ทันสมัยอีกแห่งหนึ่ง

มีคนเคยถามว่า หากไปหาหลวงพ่อคูณแล้วพบยากไหม เพราะพระ อาจารย์ที่ดังและมีชื่อเสียงมักเข้าพบลำบาก

แต่จริงๆ แล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ทุกวันนี้ผู้คนไปกราบนมัสการท่าน เป็นหมื่นๆ หลวงพ่อก็ยังนั่งรับแขกอยู่กลางห้องโถงศาลา ใครเป็นอะไร จะให้หลวงพ่อช่วยยังไงบอกกันได้เลย

ส่วนใหญ่ท่านจะเอาจีวรที่ท่านใช้ม้วนเป็นแล้ เอาด้ามเคาะศีรษะ หรือ ไม่ก็เอากระดาษหนังสือพิมพ์เคาะแทนเท่าที่จะหาได้ตรงนั้น เพื่อเป็นสิริมงคล แก่ญาติโยมที่มาเยี่ยมเยียนท่าน

บางทีท่านก็ลุกเดินเยี่ยมผู้คนเพื่อให้ได้พบท่านอย่างทั่วถึงและใกล้ชิด หลวงพ่อไม่เคยคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่มีใครมาหาแล้วต้องผ่านเลขาหน้าห้อง ก่อน ท่านไม่เคยทำ ท่านเคยกล่าวกับผู้เขียนว่า

“การทำตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่าย แต่การจะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องที่ยาก...

“ต้องเสียสละ บำเพ็ญเพียรบารมีธรรม ต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรมอันบริสุทธิ์จริง”

ตลอดเวลา ๖๕ พรรษาในร่มกาสาวพัสตร์ ท่านได้แสดงให้คนทั่วไป ได้ทราบและเห็นแล้วว่า

ความเป็นพระที่เคร่งในศีลหนึ่ง

ความเป็นผู้มีเมตตาเปี่ยมล้นหนึ่ง

ความเป็นผู้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างแท้จริง และความเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนหนึ่ง

ทุกอย่างที่ท่ามานี้เป็นบารมีธรรมของหลวงพ่อ ที่คนอำเภอด่านขุนทด และคนทั่วสารทิศได้ประจักษ์มาแล้ว ชาวบ้านไร่มีคำพูดตอนหนึ่งที่ประทับใจกล่าวถึงหลวงพ่อคูณว่า

“การพบพระนั้นเราสามารถพบปะที่ไหนเมื่อใดก็ได้ แต่การที่ได้อยู่ ใกล้ชิดกับพระที่ประเสริฐสักรูปหนึ่งนั้น หาโอกาสยากมาก”

 
 

Main Menu