|
หนุมาน (ลิง) ประวัติหนุมานและตำนานเรื่องหนุมาน |
|
|
|
|
หนุมาน (ลิง) ประวัติหนุมานและตำนานเรื่องหนุมาน
หนุมาน (ลิง) ดีทางเมตตา คงกระพันชาตรี
ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงวรรณคดีไทยเรื่อง “รามเกียรติ์” หรือ “รามายนะ” นั้น ทำให้เกิดความเชื่อถือในหมู่ คนไทยมากมายหลายอย่างและมีอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ หนุมาน ซึ่งเป็นทหารเอกของพระราม มีฤทธิ์เดชสูงจึงกลายมาเป็นเครื่องรางของขลังสำหรับชายชาตรีที่เลื่องลือมาจนถึงทุกวันนี้
หนุมาน เป็นลูกของพระพายกับนางสวาหะ จึงเป็นผู้ที่ไม่มีใครฆ่าตายเมื่อถูกฆ่า แต่พอถูกลมเมื่อใดก็จะฟื้น ขึ้นมาอีกและแถมยังมีเขี้ยวเป็นเพชร ขนเป็นเพชรอีกด้วยแต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หนุมานไปหยุดรถของสุริยเทพเลยถูกพลังความร้อนเผาเอาจนตัวดำไปเลยทีเดียว
หนุมานนั้นมีหน้าที่ในการปราบปรามยักษ์จึงถูกหนุมานฆ่าตายไปหลายคน ส่วนนางเบญจกายหลานทศกัณ-
กัณฑ์ก็ยังตกเป็นเมียของหนุมาน และแถมยังได้นางมัจฉามาเป็นเมียอีกด้วย ดังนั้นหนุมานจึงเก่งทั้งทางด้านการรบและความรักด้วย
ด้วยเหตุฉะนี้ โบราณจารย์ทางพุทธาคมท่านเป็นผู้ชาญฉลาด ซึ่งแม้จะมิใช่สิ่งที่สืบเนื่องมาจากพระพุทธศาสนา แต่ท่านเหล่านั้นได้พิจารณาเห็นว่าสิ่งนั้น ๆ เป็นของดี ของศักดิ์สิทธิ์ ท่านจึงประยุกต์เอามาใช้เป็นเครื่องรางของขลังทั้งนี้ก็เพื่ออานิสงฆ์ทางความเก่งกล้าสามารถและอยู่ยงคงกระพันชาตรีนั่นเอง
ถ้าพูดถึงเครื่องรางในรูปหนุมาน จะปรากฏขึ้นในรูปของธงที่เรียกว่า “ธงกระบี่” หรือ “ธงหนุมาน” แบบผ้ายันต์เรียกว่า ผ้ายันต์หนุมานแผลงฤทธิ์และหนุมานอัญเชิญธง ซึ่ง 2 อย่างนี้เป็นของหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ ท่านได้สร้างเอาไว้
ต่อมาก็ปรากฏในรูปอบบของการสักยันต์ไว้ติดตัวเรียกว่า “สักหนุมานคลุกฝุ่น” คลุกยังไงหรือครับ ก็คือเมื่อสักเป็นรูปกำแพงหนุมานแล้วก็หนุนด้วยหัวใจหนุมานว่า หะนุมานะ คลุกคลีตีมะอะแต่ส่วนมากจะสักแค่คำว่า “หุนะมานะ” เท่านั้น
เมื่อจะตีรันฟันแทงกับใครกับปลุกตัวด้วยคาถาว่า หะนุมานะ คลุกคลีตะมะอะ แล้วเอาฝุ่นที่พื้นดินมาทาตัวคราวนี้ก็เข้าไปตีไปต่อยกันได้ เมื่อพลาดท่าถูกคูต่อสู้ตีหรือฟันเอาจัง ๆ แม้ไม่เข้าก็จุกหรือล้มลงไปชักแหงก ๆ อันวิสัยของคนเรานั้นในเรื่องตีทีเดียวแล้วไม่ช้ำหายาก ส่วนใหญ่เมื่อได้ทีตีเข้าไปตุ๊บหนึ่งแล้วมันมือจะหวดซ้ำเข้าไปอีกทีนี้ก็เข้าล็อคหนุมานคลุกฝุ่น
เมื่อถูกเข้าเป็นครั้งสองแล้วก็จะกลับมีกำลังวังชาเรียกว่า “ติดไม้”คือพอตีปั๊บก็เด้งตัวติดไม้ขึ้นมา คราวนี้แหละตัวใครตัวมันเผ่นกันให้ดีจะตีอีกกี่ทีก็ไม่แตกไม่หนี ดังนั้น ถ้าไม่แน่ใจว่าคู่ต่อสู้จะมีหนุมานคลุกฝุ่นหรือเปล่าก็อุย่าไปตีซ้ำเข้าล่ะ บอกให้เอาบุญเดี๋ยวจะหาว่าผู้เขียนไม่บอกกล่าว
ขุนกระบี่หรือหนุมาน มีการสร้างกันอยู่หลายพระเกจิอาจารย์ อาทิเช่น หลวงพ่อสุ่น วัดเกาะศาลากุน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ท่านไม่ให้ใครทำ ท่านทำเอง ดังนั้นการสร้างของท่านจะนิยมใช้รากรักซ้อน ไม้พุฒ และงาช้าวแกะด้วยฝีมืองดงามมาก โดยแกะอย่างทรงเครื่องเต็มที่ ในวงการเครื่องรางเรียกว่า “หน้าโขน” ท่านปลุกเสกเอง เฉพาะเจ็ดเสาร์เก้าอังคาร เมื่อเสร็จแล้วจึงแจกแก่ศิษย์ยานุศิษย์ไปติดตัว
ส่วนหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านจะแกะด้วยไม้รัก และรากปลาไหลเผือก ฝีมือไม่จัดเท่าใดนัก ของท่านเรียกว่า “ลิง” และลิงของหลวงพ่อดิ่งส่วนมากแกะเป็นรูปลิงจับหลักหรือไม่ก็ลิงถืออาวุธรูปแบบมีแตกต่างกันไป ท่านจะปลุกเสกเอง แล้วลงอักขระด้วย
อีกท่านหนึ่งก็คือหลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ท่านจะแกะเป็นรูปองคตนั่งอยู่บนขนดหางด้วยตาลปัตรที่ได้ผ่านพิธีกรรมทางพุทธศาสนามาก่อนแล้วในรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของท่าน และยังมีท่านอาจารย์เฮง ไพรยวัล แห่งวัดสะแก จังหวัดอยุธยา ท่านจะแกะด้วยงาช้าง งา
เป็นที่เรียกว่า งากำจัด และงากำจาย ซึ่งเป็นวัตถุอาถรรพณ์อย่างหนึ่งด้วย ฝีมือเป็นยอดเช่นกัน
นอกจากนี้รูปหนุมานแกะเป็นเครื่องรางของขลังแล้วท่านก็ยังเอามาลงสักที่ร่างกายและเขียนจารึกลงในแผ่น
ผ้า เสื้อยันต์ ซึ่งปรากฏอานุภาพทางอยู่ยงคงกระพันด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นการดูวัตถุให้ดูความแห้งของเนื้อไม้รัก เพราะอายุการสร้างนับถึงปัจจุบันกว่า 50 ปี บางตัวหดมาก
แห้งมากถึงกับแตกร้าวก็มี ส่วนงานั้นก็เหลืองฉ่ำและบางตัวก็แตกลายงาให้เห็นชัดใครได้ไว้ก็นับว่าดีเพราะเป็นเครื่อง
รางชนิดหนึ่งของชายชาตรีจึงได้รับความนิยมมากจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
การอาราธนาให้ใช้พระคาถาหนุมานคลุกฝุ่น ดังนี้
ตั้งนโม 3 จบ ระลึงถึงคุณพระรัตนตรัย ครูบาอาจารย์ (ผู้เป็นเจ้าของวัตถุนี้) เป็นที่สุดก่อนจะแขวนคอและท่องคาถาตามนี้โอมผงเผ่าเถ้าธุลี คงกระพันชาตรี สวาหะ หะ นุ มา นะ คลุกคลีตี มะ อะ ฯ
พระคาถานี้ให้ใช้เสกฝุ่นทาตัวจจะเกิดกำลังเรี่ยวแรงขึ้น ทั้งทำให้เป็นคนทนทรหดด้วยอยู่คงแก่อาวุธสิ้นทุก
ประการแล
|