พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโร ไม่ขึ้นธรรมาสน์เทศน์
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


หลวงพ่อคูณ ปริสุทโร ไม่ขึ้นธรรมาสน์เทศน์ PDF พิมพ์ อีเมล

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโร ไม่ขึ้นธรรมาสน์เทศน์



นักข่าวสอบถามว่า... หลวงพ่อมีวิธีการอย่างไรที่จะสั่งสอน ให้ญาติโยมเป็นคนดี หลวงพ่อบอกว่า “ก็ไม่ค่อยเทศนาว่ากล่าวอะไรหรอกหลาน สอนให้ละชั่วทำดี มี ศีลธรรมประจำใจ บุญน่ะเห็นกับตาไม่ต้องกลัวว่าใครอยากจะทำชั่ว ให้ อยู่ในเมตตารักตัวกลัวภัย อย่าทำความชั่ว ให้ตั้งอยู่ในเมตตา”

“ปกติหลวงพ่อจะไม่เทศน์กับญาติโยมโดยตรง หลวงพ่อจะสื่อให้ ญาติโยมได้รับทราบสิ่งที่หลวงพ่อสอนได้อย่างไรครับ”

“รับทราบก็พวกมึงเอาไปลงโทรทัศน์ก็ดี วิทยุก็ดี หรือหนังสือพิมพ์ ก็ดี เขาอ่านดูมองเห็นเขาเชื่อก็ทำตาม ถ้าคนไหนไม่เชื่อก็อย่าทำ”

“นอกจากการสั่งสอนในลักษณะที่ว่านี้แล้ว หลวงพ่อเคยสอนญาติโยม เกี่ยวกับหลักคำสอนที่เป็นเนื้อหาแท้ๆ ของพุทธศาสนา ดังเช่นที่มีพระ อาจารย์หลายๆ ท่านได้เคยสั่งสอนไว้

อย่างการสอนให้ละอัตตา การปล่อย วาง หรือจนกระทั่งสอนเพื่อการหลุดพ้น ในลักษณะนี้หลวงพ่อเคยสอน ญาติโยมบ้างไหมครับ” นักข่าวถาม

“ก็บอก บอกว่าของทุกอย่างมันไม่แน่นอนสักอย่าง ตกอยู่ใน อนิจจัง อนิจจังเป็นของไม่เที่ยง ทุกขัง ตกอยู่ในความทุกข์ อัตตา เป็น ของที่สูญเปล่าหาสิ่งที่แท้แน่นอนไม่ได้ ให้พิจารณาด้วย เข้าใจไหมล่ะ คนอะไรก็แล้วแต่ในกิจการบ้านเมืองก็แล้วแต่เถอะ ไม่เที่ยงสักอย่างเลยรวม อยู่ในอนิจจังนี่”

เมื่อนักข่าวถามต่อไปว่า เท่าที่หลวงพ่อได้สัมผัสญาติโยมอยู่เป็น จำนวนมากทุกๆ วันนี้ หลวงพ่อเห็นว่ามีทางเป็นไปได้ไหมที่จะให้บรรดาญาติ โยมที่มีศรัทธาในหลวงพ่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ให้หันมาเป็นพุทธคาสนิกชน ที่ยึดเหนี่ยวคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าด้วยใจ แทนที่จะยึดมั่นแต่เรื่องทาง วัตถุเช่นที่เป็นอยู่นี้

หลวงพ่อคูณตอบว่า... “ก็สอนอยู่แบบนี้แหละหลานเอ๊ย จะเข้าอกเข้า ใจอย่างไรเล่าจิตใจของเขาก็บอกไปแบบนี้แหละ บอกให้รักตัว กลัวภัย อย่า ทำความชั่ว ทำแต่ความดีมีเมตตา”
“หลวงพ่อห่วงบ้างหรือไม่ครับกับการที่ประชาชนยึดมั่นถือมั่นในวัตถุ กันมาก แทนที่จะยึดมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แล้วอาจจะนำไปสู่ ความเสื่อมของศาสนาได้” นักข่าวถาม

“ก็ไม่มีใครเสียหายอะไรหรอก” หลวงพ่อคูณตอบ “ใครก็ตามที่จะ ยึดถือในวัตถุมงคลจะต้องบอกเขาว่า ยึดถือวัตถุมงคลไปอย่างนี้นี่ ให้เอา พระเตือนใจอยู่ตลอดเวลา พระก็จะห้ามไม่ให้ทำความชั่ว เตือนอยู่เท่านั้น แหละ ไม่ใช่ได้พระได้เหรียญแล้วจะเป็นคนเก่งมันไม่ถูก

ถ้าได้พระรูปใด หรือองค์ใดติดตัวไปนี่ เตือนใจอยู่เสมอว่า อย่าทำความชั่ว อย่าทำความชั่ว หลวงพ่อมากะเรา อย่าไปเที่ยวขโมยเขา ผู้มีศีลมาอยู่กับเราแล้ว ต้อง นึกอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าได้เหรียญได้พระแล้วจะว่ากูเก่งไม่ได้ดอก มันต้องมี เมตตา พระจึงจะอยู่กะเรา เตือนใจเราอยู่ตลอดระยะเวลาว่าเราจะทำความ ชั่วไม่ได้ เพราะอะไร เพราะพระอยู่กะเราพระพรมทั่วหัวใจของเรา พระ ไม่เคยทำความชั่ว เราคนถือพระก็อย่าไปทำความชั่ว เข้าใจไหม”

นักข่าวถามต่อไปว่า หลวงพ่อกำลังกลายเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจอย่าง ใหม่ที่สอดรับกับยุคบริโภคนิยมและเป็นหนทางที่จะเข้าสู่การเข้าใจในคำสอน ของพระพุทธศาสนาได้โดยง่าย โดยเฉพาะแก่นเนื้อหาทางพระธรรมคำสอน ที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ยากและลึกซึ้งเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจได้ในระยะเวลา สั้นๆ หลวงพ่อเห็นในเรื่องนี้อย่างไร

“ชาวพุทธก็เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ชาวพุทธทำแบบนี้ เป็นอย่างว่านี่คน เชื่อก็เชื่อไป คนไม่เชื่อก็ไปบังคับอะไรเขาไม่ได้ ให้ถือว่าบุญมีจริงบาปมี จริงอย่างนี้ก็พอ อย่าไปถืออะไรมาก ถ้าเราทำความชั่วเราก็ได้รับความชั่ว ถ้าเราทำความดีเราก็ได้รับความดี แต่วันนี้เขาไม่รู้ วันต่อไปเขาก็รู้แล้ว ก็ตัว เรารู้อะไรไม่ดีไม่งาม ตัวทำไวไม่ดีไม่งามจะตามตอบสนองเดี๋ยวก็จะเห็น ทันตา”

“การที่ทุกวันนี้มีประชาชนมาหาหลวงพ่อกันอย่างมากมายในแต่ละวัน หลวงพ่อมองว่าประชาชนเหล่านี้กำลังขาดที่พึ่งทางใจหรือไม่” หลวงพ่อคูณตอบว่า

“เออ! ว่ายังงั้นก็ถูก บางคนเขาก็ตั้งใจจะมาบริจาคทานการกุศล เพราะเขารู้ว่าจะมีการก่อสร้างเพื่อสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล ปีหนึ่งๆ หมดไปหลายพอสมควร ใครๆ รู้เขาก็อยากมาบริจาค มาบริจาคกันก็ไม่ อยากจะเอามาก ก็แค่คนละ ๒๐ บาท คนละร้อยบาทอย่างสูง เอาเท่านี้ก็พอ

คนหลายคนบางทีเขาก็รู้ว่าเราเป็นนักก่อสร้าง นักพัฒนาประเทศชาติ บ้านเมือง ใครๆ เขาก็อยากจะมาบริจาค อยากมาสร้างบารมีร่วม ที่เขา มาเต็มๆ อยู่นี่ อย่าไปว่าเขามาด้วยเรื่องอื่นเลย บางทีเขาก็อยากจะทำบุญ ร่วมกัน ไม่ต้องทำมากดอก เอาคนละ ๒๐ บาท ๒๐ บาทหลายคนเข้าก็ หลาย ๒๐ บาทแล้ว เราทำแบบบัวไม่ให้มีน้ำไม่ให้อุ่น ไม่ได้เอามากไม่ ใหญ่โตอะไร คนละ ๒๐ บาท คนละร้อยบาท” คำถามสุดท้ายของนักข่าวก็คือ

“กราบนมัสการถามหลวงพ่อในเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง ในฐานะที่ หลวงพ่อก็เคยแสดงความเห็นอยู่บ้าง การที่มีนักการเมืองทั้งใหญ่น้อยมา หาหลวงพ่อ อย่างพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ หรือพลเอกชวลิต ยงใจ ยุทธ ก็มาหาหลวงพ่อ หลวงพ่อคิดว่าเป็นเพราะอะไรครับ”

หลวงพ่อคูณตอบว่า “ก็ไม่มีเหตุผลอะไรหรอก เขาก็คนนับถือศาสนา พุทธเหมือนกัน ทุกคนมากราบไหว้มาคารวะเป็นของธรรมดา”

หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นนักปฏิบัติ เป็นนักพัฒนา เวลาท่านพูด คุยกับญาติโยมที่มาหา มาเช่าวัตถุมงคล ทำบุญร่วมบริจาคช่วยหลวงพ่อ พัฒนาวัดและด้านต่างๆ ท่านก็จะแทรกธรรมะเป็นการสั่งสอนอย่างง่ายๆ ท่านไม่ขึ้นธรรมาสน์เทศน์ เหมือนอย่างพระนักเทศน์ทั้งหลาย

หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ยังคงเป็นที่พึ่งของชาวพุทธทุกคนที่มุ่งตรง ไปยังวัดบ้านไร่ ท่านทำเพื่อคนอื่นมาตลอด และด้วยเมตตาบารมีของท่าน ที่ยังคงต้องเสียสละต่อไป ด้วยภาระต่างๆ ที่แต่ละคนร่ำร้องขอจากท่านอยู่ ไม่ขาดสาย...

 
 

Main Menu