|
เซียนไพฑูรย์ ทองทา เซียนพระชุดในเบญจภาคี |
|
|
|
|
เซียนไพฑูรย์ ทองทา เซียนพระชุดในเบญจภาคี
ชื่อของ ไพฑูรย์ ทองทา เซียนในวงการพระทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต่างยกให้เป็นเซียนพระในชุดเบญจภาคี ที่เป็นที่ต้องการของเซียนพระทั้งหลาย ด้วยประสบการณ์ในวงการพระเครื่องมานานกว่า 40 ปี เป็นกรรมการสมาคมพระเครื่องพระบูชาแห่งประเทศไทย และเป็นที่ปรึกษาชมรมพุทธศิลป์ไทย ศิลปะไทย
ไพฑูรย์ได้เล่าถึงความชอบในการสะสมพระเครื่องในชุดเบญจภาคี ว่า พระเครื่องชุดนี้เป็นความปรารถนาของนักสะสมทุกคนที่ต้องการครอบครอง การสะสมพระเครื่องนั้นเราจะต้องรู้ถึงรายละเอียดและประวัติความเป็นมาของพระรุ่นนั้นๆ ว่าใครสร้าง ใครเป็นเจ้าพิธี เช่น พระผงสุพรรณ สร้างเมื่อสมัยพระรามาธิบดีที่ 1 กรรมวิธีการสร้างเป็นพระที่ต้องกรองดินละเอียดหลายชั้น เป็นพระที่ไม่ได้เผา เมื่อเอาไปแช่น้ำไว้นานๆ จะละลายตัว ทิ้งข้ามวันเป็นอาทิตย์ก็จะย่อยสลายไปเอง
"การดูพระผงสุพรรณนั้นเริ่มจากการดูตรงหน้าอกและศีรษะท่านจะเหมือนหัวช้าง จะนูนขึ้นมาคล้ายหัวช้าง ประการสำคัญอีกอย่าง คือ ฐานชั้นล่างถ้าจับองค์พระมาดูฐานล่างในระดับสายตา จะเห็นฐานท่านในลักษณะก้าวลงบันได คือ ถ้ามีฐานใดฐานหนึ่งสูงขึ้นมาเหนือฐานชั้นแรก ถือว่าพระองค์นั้นไม่แท้ไม่เก่า เป็นพระที่สร้างเลียนแบบขึ้นมาภายหลัง"
สำหรับสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ท่านเป็นเถระที่เชี่ยวชาญด้านบาลี สามารถรวบรวมคาถาชินบัญชรจากคัมภีร์ต่างๆ ซึ่งการประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลของทุกวัดจะมีการนำคาถาชินบัญชรมาสวดเป็นหลัก มวลสารการสร้างพระเครื่องท่านรวบรวมมาตั้งแต่สมัยเป็นเณร จนเป็นพระและเริ่มสร้างพระสมเด็จตั้งแต่นั้นมา เป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด จัดให้เป็นประธานในชุดเบญจภาคี
พระรอด เป็นเจ้าแห่งการแคล้วคลาด สมัยก่อนคนไปจับทหารหากได้พระรอดแท้กำไว้ในมือรอดทุกราย จนเจ้าหน้าที่ทหารต้องมาขอเอาเก็บไว้คนหลังๆ ที่ไม่มีพระรอดกำไว้ในมือก็ถูกใบแดงทุกคน
พระซุ้มกอ ในใบลานสมัยพ่อขุนราม คำแหงระบุไว้ว่า "ใครมีกูไว้บ่จน" จึงได้รับความนิยมอย่างสูงว่าใครมีแล้วจะมีแต่ความรุ่งเรืองไม่จน มีเงินมีทองเข้ามาตลอดไม่มีจน
พระนางพญา เป็นพระเมตตามหานิยม คนสมัยโบราณมักนิยมติดตัว และเมื่อสมัยสงครามโลกได้ออกมาให้ชาวบ้านเห็น เนื่องจากพันธมิตรทิ้งระเบิดก็จะขุดหลุมหลบภัย ตามป่ากล้วยก็ไปเจอพระนางพญาที่อยู่ตามพื้นที่ขุดลงไปจำนวนมาก คนโบราณจึงนำติดตัวปรากฏว่าปลอดภัยทุกราย
ไพฑูรย์ได้ฝากไปถึงนักสะสมพระเครื่องรุ่นใหม่ๆ ว่า สมัยก่อนไม่มีตำราให้ได้ศึกษา อาศัยมาจากเซียนรุ่นเก่าๆ ที่มักจะหวงวิชา แต่สมัยนี้ดีสืบค้นทางอินเตอร์เน็ต แต่ในเรื่องมาตรฐานต้องได้มาตรฐาน ต้องดูทั้งทฤษฎีและลงมือปฏิบัติ เข้าสนามพระหาผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถเข้าไปขอวิชาความรู้ ขอคำชี้แนะกับผู้รู้ และไม่ยึดติดอยู่กับคนเพียงคนเดียว
"เหมือนอย่างพระเกจิอาจารย์หลายๆ ท่านก็ได้เรียนวิทยาคมมาจากพระเกจิอาจารย์หลายท่าน จนทำให้ท่านมีวิทยาคมที่เก่งกล้า"
นอกจากนี้ เราต้องศึกษาดูว่าคนไหนมีการสะสมพระแท้หรือไม่ เราถึงเข้าไปขอความรู้จากท่าน
"พระเก่าแต่ละกรุจะมีศิลปะของแต่ละเมืองจะไม่เหมือนกัน อาทิ พระผงสุพรรณจะเดินเป็นเส้นลวด อย่างสุโขทัย กำแพงเพชร ท่านจะอ่อนช้อย และหน้าองค์ท่านจะเหมือนคน และดินขี้กรุของแต่ละเมืองจะไม่เหมือนกัน หากชอบพระกรุนี้จะต้องศึกษาให้ได้ว่าพระกรุนี้มีเนื้ออะไรบ้าง เป็นสนิมแดงมีไหม ชินเงินมีไหม ตะกั่วมีไหม เนื้อชินเขียวมีไหม และพระในกรุนี้มีพิมพ์อะไรบ้าง"
ปัจจุบันนี้การซื้อขายพระไม่สามารถหลอกกันได้ ด้วยเซียนพระในยุคปัจจุบันมีความรู้ศึกษาและรู้รายละเอียดอย่างแท้จริง
คอลัมน์ มองอย่างเซียน |