พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ เพื่อประโยชน์สารารณชน (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


เพื่อประโยชน์สารารณชน (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

เพื่อประโยชน์สารารณชน (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)


    
เป็นที่ทราบกันดี นอกจากหลวงพ่อจะเอาป่าเป็นสถาบันกำราบ กิเลสมิให้ยึดติดกับลาภสักการะใดๆ มุ่งปฏิบัติธรรมให้ลุล่วง ไปด้วยดี ท่านยังได้ศึกษาด้านพุทธาคมไว้คอยช่วยเหลือญาติโยมที่ทุกข์ยาก อย่างเช่น การฝังตะกรุดทองคำก็เพื่อให้เกิดเมตตามหานิยม แคล้วคลาด และคงกระพัน หลวงพ่อจึงมีชื่อเสียงเลื่องลือขจรขจายไปทั่ว

มีศิษย์ท่านหนึ่งเคยถามท่านว่า การกระทำดังกล่าวไม่ผิดพุทธบัญญัติ หรือข้อห้ามใน พระธรรมวินัยของภิกษุหรือ หลวงพ่อคูณท่านก็ได้ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ว่า พระอาจารย์คงแห่งวัด ถนนหักใหญ่ บูรพาจารย์ของท่านเคยกล่าวเอาไว้ดังนี้...

“การกระทำใดๆ ก็ตามที่ขัดกับหลักศาสนาและไม่ได้มีอยู่ในพระคัมภีร์ แต่เป็นการกระทำเพื่อช่วยคนทุกข์ยาก คนสิ้นหนทาง และเพื่อประโยชน์ แขของสาธารณชนแล้ว และไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตนก็จงทำเถอะ เพราะเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว”

นี่เป็นแนวทางปฏิบัติที่หลวงพ่อคูณได้จากอาจารย์ของท่าน ในส่วนตัวของผู้เขียนก็อยากเสนอข้อคิดเห็นร่วมด้วยลักเล็กน้อย ถ้าภิกษุรูปนั้นเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีภูมิปัญญา มีเหตุมีผล แล้ว ก็เป็นผู้มีบารมีสูงพอที่จะปลุกเสกเครื่องรางของขลังได้

ทั้งนี้เป็นปัจจัยแห่งการพัฒนาศาสนา ตามสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ เพื่อมิให้เอาไว้เพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ถ้าลองให้พระอลัชชีมาปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ก็ไม่รู้ว่า จะเกิดความศักดิ์สิทธิ์ไหม

“ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นย่อมประเสริฐแล้ว”


เป็นวาจาของพระอาจารย์มั่น ครูใหญ่แห่งสายวิปัสสนากรรมฐาน แห่งภาคอีสานที่เคยกล่าวเอาไว้

หลวงพ่อคูณกลับมาแผ่นดินเกิดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เมื่อกลับมาถึงก็เที่ยวเยี่ยมเยียนกราบไหว้ครูบาอาจารย์ จากนั้น อีกไม่กี่วันท่านได้ปรึกษาญาติโยม อันเป็นที่เคารพของผู้คนในหมู่บ้าน หลายคน

เรื่องที่ปรึกษาก็เกี่ยวกับวัดบ้านไร่ที่ทรุดโทรมอย่างหนัก มีกุฏิเพียง สองสามหลังที่หักพังแทบจะจำพรรษาไม่ได้ ศาลาก็หลังเล็กโย้ไปเย้มา อุโบสถก็ไม่มี พระต้องไปบวชหรือปฏิบัติกิจสงฆ์ที่วัดอื่น

ครั้นแจ้งปัญหาให้ทราบ ได้มีญาติโยมท่านหนึ่งถามหลวงพ่อขึ้นว่า “หลวงพ่อจะรีบร้อนปรับปรุงวัดไปทำไม ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ไม่ดี กว่าหรือ”
หลวงพ่อคูณย้อนกลับมาว่า...

“นาทีแห่งชีวิตของกูมันมีค่าเหลือเกิน กูจะปล่อยลมหายใจทิ้งไปเฉยๆ ไม่ได้ มันต้องรีบทำเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้”

นับแต่นั้น หลวงพ่อก็เป็นแม่งานคอยกำกับดูแลติดต่อทางราชการ ขอไม้ในป่าที่อยู่เหนือหมู่บ้านไปหลายสิบกิโลเมตร พร้อมกับเกณฑ์แรงงาน ในหมู่บ้านช่วยกันชักลากไม้กลับมายังวัด

หลายเดือนต่อมา... กุฏิสงฆ์ทั้งสามหลังถูกซ่อมแซม ศาลาการเปรียญ หลังเล็กถูกสร้างขึ้นใหม่ ที่สำคัญอุโบสถซึ่งแต่เดิมไม่เคยมี ก็ผุดขึ้น ท่ามกลางความยินดีของชาวบ้าน
ล่วงมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ทุกเวลานาทีของหลวงพ่อมีค่า ท่านเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านไร่ บ้านดอน บ้านบุขี้เหล็ก

เด็กเหล่านี้จะต้องมาเรียนหนังสือที่วัดบ้านไร่ ศาลาที่ใช้เรียนก็เก่า แสนเก่า ไม่รู้ว่าวันไหนจะหล่นลงมาทับนักเรียนตายก็หาทราบได้

ตลอดเวลาหลวงพ่อมิได้นิ่งเฉย ท่านเฝ้ามองปัญหาของชาวบ้าน ตลอดเวลา เพราะหลวงพ่อมีคติอยู่อย่างหนึ่งว่า พระต้องไม่ขอบิณฑบาตข้าวชาวบ้านฉันอย่างเดียว จะต้องตอบสนองให้กับชาวบ้านเขาอีกด้วย

ท่านจึงปรึกษากับคณะกรรมการหมู่บ้าน สมควรจะเหนื่อยกันอีกสักครั้ง เพื่อสร้างโรงเรียนให้ลูกหลานเราในภายภาคหน้า

หลวงพ่อได้ขอบิณฑบาตที่ดินของนายชื่น นาคขุนทด กับนายมี เทียมขุนทด ผู้ใจบุญทั้งสองรายได้มอบที่ดินจำนวนหนึ่งเพื่อให้สร้างโรงเรียน ส่วนการสร้างโรงเรียนได้ทำอย่างเดียวกับการสร้างอุโบสถ ด้วยแรงงานของชาวบ้านที่สามัคคีและบารมีของหลวงพ่อเป็นที่ตั้ง

และอีกไม่กี่เดือนโรงเรียนก็สร้างเสร็จ ได้ห้องเรียนห้อง พร้อม โต๊ะเก้าอี้และสิ่งจำเป็นในการเรียน และเจริญรุดหน้ามาถึงปัจจุบัน

ถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ตำบลกุดพิมานแห้งแล้งขนาดหนัก เรียกได้ว่าแล้งกันทั่วหน้าหลวงพ่อคูณได้เห็นความสำคัญในเรื่องน้ำ มันมีค่าสำหรับ ผู้คนบนแผ่นดินอีสาน ท่านได้เรียกคณะกรรมการวัดมาปรึกษา

“กูจะขุดสระน้ำให้ใหญ่ ที่ดินของวัดมีมากพอจะสร้างสระน้ำที่พอใช้ได้ทั้งอำเภอนี่นา”

เหล่าคณะกรรมการมองหน้ากัน แล้วคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “หลวงพ่อครับ สระที่หลวงพ่อว่าจะขุดมันใหญ่โตมาก ใช้เงินเป็นล้านเชียวนะครับ หลวงพ่อมีเงินอยู่เท่าไร”

“กูไม่มี มี...พวกมึงก็เอาไปใช้จ่ายหมดแล้วไม่ใช่หรือ” หลวงพ่อหมายถึงเงินในตู้ที่คนมาบริจาค ซึ่งใครนำปัจจัยมาถวายท่าน หลวงพ่อก็จะชี้ไปที่ตู้บอกญาติโยมว่า “มึงเอาไปใส่ไวในโน้น เงินไม่ใช่ของ กูของพระศาสนาทั้งนั้น”

เมื่อเงินไม่มี จะสร้างสระน้ำได้ยังไง แต่แล้วหลวงพ่อก็ตัดสินใจกล่าว ขึ้นว่า...

“กูจะสร้างทั้งๆ ที่ไม่มีเงินนี่แหละ ก็ขุดมันเอง ต้องเสร็จเข้าสักวัน แหละวะ พวกมึงจะเอากับกูหรือเปล่า กูจะทำให้ชาวบ้านเป็นการตอบแทนทีเขาใส่บาตรให้ข้าวกูกินทุกวัน”

เมื่อหลวงพ่อประกาศเจตนาแน่แน่วเช่นนั้น ศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ ก็พากันมาบริจาคกันมากมายเพราะทุกคนรู้ว่า หากทำบุญกับหลวงพ่อ เงิน ทุกบาททุกสตางค์ท่านจะน่าไปสร้างสาธารณประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างเต็มที่

ท่านเริ่มขุดสระในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ตัวสระมีขนาด ๓๕ ไร่ ๓ งาน ๙๒ ตารางวา ขุดเกือบปีจึงเสร็จเรียบร้อย ชาวบ้านหลายตำบลหลายหมู่บ้าน ต่างมีน้ำใช้สอยกันถ้วนหน้า ไม่ขาดแคลนเหมือนแต่ก่อน ๏

 
 

Main Menu