พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ เหยียบเทป (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


เหยียบเทป (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

เหยียบเทป (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)

 

“ลานจอดรถกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา มี รถทัวร์จอดเป็นร้อยๆ คัน ไม่ว่าจะเดินไปทาง ไหน จะเจอแต่คลื่นมนุษย์มากมาย”

ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับหลวงพ่อคูณอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยไปเจอกับท่านอย่างบังเอิญเมื่อครั้งที่ไปทำข่าว ตึกถล่มที่โคราช

ไปครั้งนี้สมใจอยากครับ เพราะได้ให้ท่านเหยียบเทปที่เพิ่งจะทำ มาสเตอร์เสร็จใหม่ๆ ยังไม่ได้ขาย ต้องรอให้หลวงพ่อคูณท่านเหยียบให้ก่อนเพื่อเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อแห่งยุคสมัย ที่ไม่ว่าใครในขณะนั้น...ไม่ว่าดารา นักร้อง ศิลปินคนใดออกเทปจะต้องไปให้หลวงพ่อคูณ เป่ากระหม่อมให้เสียก่อนถึงจะโด่งดัง

หรือถ้าเป็นนักมวย ไม่ว่าใครที่จะไปชกชิงแชมป์โลก หรือป้องกัน แชมป์โลก ถ้าต้องการให้เป็นข่าว ก็ต้องยกขบวนกันไปให้หลวงพ่อท่าน เป่ากระหม่อม หรือเคาะกบาลเสียสักทีสองที แล้วรับรองว่าจะต้องเป็น ข่าวโด่งดัง สมใจนึก

ข้าพเจ้าเป็นนักข่าวก็จริง แต่ก็อยากรวยอยากดังกับเขาเหมือนกัน จึงต้องยกขบวนกันไปให้หลวงพ่อคูณเคาะกบาล เหยียบเทปให้ก่อน ที่จะมีการวางแผงทั่วประเทศ
ด้วยความอยากรวยกับเขานี่แหละที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องกระเป้าฉีก หมดเงินไปกับการทำเทปเพลงแหล่วีรบุรุษโอลิมปิก สมรักษ์ คำสิงห์ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่มีประสบการณในเรื่องการทำเพลงมาก่อน

เพลงชุดนี้เขียนโดยสัญญาลักษณ์ ดอนศรี หัวหน้าวงร็อกแสลง ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้นี่แหละ สมัยก่อนโน้นยังวิ่งไล่ลับฝืนกันอยู่เลย

ว่าที่จริงเรื่องการทำเทปนี่มันไม่น่าที่จะเกี่ยวกับข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าเป็นนักข่าว เป็นนักเขียนก็ควรจะเขียนอย่างเดียว ไม่น่าแล่ไปหา เรื่องเลย...ก็เหมือนกับที่เคยบอกกล่าวในตอนแรกแล้วว่า เพราะความ อยากดัง อยากรวย อันเป็นวิถีของปุถุชนทั่วไปในวัยหนุ่มนั่นแหละ

หลังจากที่ข้าพเจ้าเขียนสกู๊ปชีวิตสมรักษ์ คำสิงห์ วีรบุรุษเหรียญ ทองโอลิมปิก คนแรกของเมืองไทยลงเป็นตอนๆ ในเดลินิวส์ จบแล้ว ความฝันอันบรรเจิดของข้าพเจ้าก็ไปตามครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรี ซึ่ง ขณะนั้นสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบ้านแสลงโทน ให้ช่วยเขียนเนื้อร้องเป็น เพลงแหล่จากบทประพันธ์ของข้าพเจ้าที่ลงเป็นตอนๆ ในเดลินิวส์ให้ที
ครูสัญญาลักษณ์ก็ไม่ขัดข้อง ลัดให้ทันที เสร็จแล้วก็เอาไปให้ คุณวิทยา กีฬา ไปเรียบเรียงเสียงประสาน ทำดนตรีให้ โดยให้คุณ สัญญาลักษณ์อีกนั่นแหละเป็นคนร้องไกด์ให้ เสร็จแล้วก็นำไปเสนอ ค่ายเทปบ๊อกชิ่งชาวด์

ไปเจอคุณสรรเสริญ เจ้าของค่ายเทปบ๊อกชิ่งชาวด์ คนที่ปัน อาภาพร นครสวรรค์ ที่โด่งดังจากเพลง “เลิกแล้วค่ะ...” นั่นแหละ

คุณสรรเสริญฟังเดโม่ที่คุณสัญญาลักษณ์ ดอนศรี ร้องเป็นไกด์ แล้วดีดนิ้ว โอเคทนที ยินดีที่จะจัดจำหน่ายให้ ขอเพียงไปทำมาให้เสร็จ เถอะ

“จะให้ใครร้องล่ะ” คุณสรรเสริญถาม

“เฮียคิดว่าจะเอาใครดี” ข้าพเจ้าย้อนถาม

“ก็ที่ฟังอยู่เมื่อกี้ คุณให้ใครร้องล่ะ” เขาถามข้าพเจ้า

“ครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรี คนที่แต่งเนื้อร้องนี่แหละ”

“โอ้โฮ นี่คุณสัญญาลักษณ์ เขียนเองร้องเองเหรือ” เฮียสรรเสริญ รู้สึกตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มรูปร่างสูงโย่งที่ยืนอยู่ข้างข้าพเจ้าเป็นคนร้องเอง ข้าพเจ้าหันไปมองหน้าครูสัญญาลักษณ์ ที่ตอนนี้รู้สึกงงๆ อยู่ เหมือนกันที่เจ้าของค่ายเทปใหญ่ อยากให้เป็นผู้ข้บร้องเทปชุดวีรบุรุษ สมรักษ์ คำสิงห์ เสียเอง

“ผมว่า...ไม่เหมาะมั้งครับ...หา...หาคนอื่นที่เหมาะสมกว่าผมจะ ดีกว่า” ครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรี พูดติดอ่างขึ้นมาทันทีที่ถูกทาบทาม ให้เป็นนักร้อง ข้าพเจ้าก็รู้สึกงงๆ อยู่เหมือนกัน ที่คุณสรรเสริญแกเกิดชอบเสียง ร้องของครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรี ที่ร้องไกด์ให้ฟังเป็นตัวอย่างเท่านั้น

แต่ในที่สุดเราก็ไม่สามารถที่จะขัดคุณสรรเสริญ เจ้าของค่ายเทป ได้ เนื่องจากเขามีประสบการณ์มากกว่า ก็พลอยคิดว่ามันก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องไปหานักร้องที่ไหน คว้าเอาคนใกล้ตัวนี่แหละ

ข้าพเจ้ากับคุณเพชรลดา ศรภรรยา และคุณคม ทัพแสง ครู เพลงชื่อตังก็ไปควบคุมการร้องของครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรีทุกวันและครูสัญญาลักษณ์ก็ร้องแหล่ได้ดีเสียด้วย...ข้างสมรักษ์ คำสิงห์ หลังจากที่กลับมาเมืองไทยก็ตังเหลือเกิน มีโชว์ตัวตามทีวีเกือบทุกวัน และให้ความร่วมมือเซ็นสัญญาแสดงมิวสิคให้ด้วย เรียกว่าทุกอย่าง เพอร์เฟิกต์

ข้าพเจ้าในฐานะที่เคยใกล้ชิดกับหลวงพ่อคูณมาครั้งหนึ่งแล้ว ถึงขนาดเคยขอท่านขึ้นไปใช้โทรศัพท์ในกุฏิท่านส่งข่าวให้เดสินิวส์ ท่านก็ ไม่ว่าอะไร

ข้าพเจ้าบอกกับเพื่อนร่วมงานทุกคนว่า ถ้ามาสเตอร์เสร็จเรียบ ร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจะเอาเทปม้วนแรกไปให้หลวงพ่อคูณเหยียบให้ เทป เราจะได้ขายดี

ทุกคนต่างดีใจ ร้องไชโยกันทุกคนที่จะได้ไปกราบหลวงพ่อคูณกัน ยิ่งแม่ศรีภรรยาสุดที่รักของข้าพเจ้ายิ่งแล้วใหญ่ เธอบอกว่าเธอก็ อยากจะไปกราบท่านสักครั้งเหมือนกัน แต่สำหรับการที่จะให้ท่านช่วย เหยียบเทปให้นั้น เธอบอกว่า ยังไม่เคยเห็นใครเขาทำกันเลย

“พี่จ๋าคิดดีแล้วหรือที่จะให้ท่านช่วยเหยียบเทปให้” เธอถามให้ แน่ใจอีกครั้ง กลัวว่าข้าพเจ้าจะหน้าแตก

“อ้าว ให้หลวงพ่อคูณเหยียบให้ทำไมต้องคิดให้ดี” ข้าพเจ้าย้อนเอาบ้าง

“ก็หนูยังไม่เคยเห็นท่านเหยียบให้ใครเลย มีแต่คนเอาโฉนดที่ดิน ไปให้เหยียบเท่านั้น” เธอพูดเสียงอ่อยๆ กลัวว่าจะเป็นที่ไม่สบอารมณ์ ข้าพเจ้าที่ถูกขัดคอ

“ก็เหมือนกันนั่นแหละ คนอื่นเอาโฉนดที่ดินไปให้ท่านเหยียบให้ กับเราเอาเทปไปให้ท่านเหยียบไม่เห็นต่างกันตรงไหน” ข้าพเจ้ายังยีนยัน แนวคิดเดิมที่จะให้หลวงพ่อคูณเหยียบเทปเพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยเหเด

“ถ้าท่านเหยียบให้ก็ดี เทปเราจะได้ขายดี แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ใครจะพาเราเข้าไปพบท่านล่ะ หนูเคยอ่านข่าว ในแต่ละวันมีประชาชน จากทั่วสารทิศไปนั่งให้ท่านเคาะหัวให้วันละเป็นพันเป็นหมื่นคนเราจะ เข้าถึงท่านเหรือ และท่านจะมีเวลาเหยียบให้เราเหรือ” เธอคิดอย่าง รอบคอบ กลัวว่าข้าพเจ้าจะไปเสียเทียว

แต่ข้าพเจ้าก็ยังยืนยันด้วยเสียงหนักแน่นว่า ข้าพเจ้ารู้จักกับหลวง พ่อคูณแล้ว และสนิทกับท่านถึงขนาดเคยขอท่านเข้าไปโทรศัพท์ส่งข่าว ให้เดลินิวส์ถึงในห้อง ท่านก็ยังอนุญาต ยังไงเสียลูกศิษย์ลูกหาท่านก็ คงจะรู้จักเริงศักดิ์ กำธร บ้างละน่า

แล้วในที่สุดสุภาษิตโบราณที่บอกว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จ หรือความพังพินาศก็อยู่ที่นั่น ก็เป็นจริงเสมอ

ท่านผู้อ่านจำคำข้าพเจ้าเอาไว้นะว่า

“ความพยายามอยู่ที่ไหน บางทีนอกจากความสำเร็จจะอยู่ที่นั่นแล้ว ความพังพินาศก็อาจจะอยู่ ข้างๆ ก็ได้” จะเป็นจริงหรือไม่สำหรับการดั้นด้นเอาเทปไปให้หลวงพ่อ คูณเหยียบให้ก่อนจะวางแผงจัดจำหน่ายทั่วประเทศที่ข้าพเจ้าเป็นคนแรก และคนเดียวที่ทำ จะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตามกันต่อไป

คณะของเราพากันตื่นเต้นที่จะได้เห็นหลวงพ่อคูณตัวจริง เสียง จริงกันเสียที หลังจากที่เคยเห็นในรูปภาพ ในหนังสือพิมพ์ หรือในทีวี ที่สื่อมวลชนเสนอข่าวของท่านออกมาให้ชมกันเกือบทุกวัน

คณะของข้าพเจ้าที่ไปกันก็มีข้าพเจ้า, คุณเพชรลดา, ครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรี, คุณคม ทัพแสง แล้วก็ลูกน้ำ ลูกแนน ซึ่งขณะนั่น เธออายุเพียง ๗-๘ ขวบที่ร้องตามพ่อแม่เพื่อจะไปให้หลวงพ่อคูณเคาะหัว ให้เหมือนกับที่เคยเห็นท่านเคาะให้ใครต่อใครทางทีวี

ข้าพเจ้าขับวอลโว่คู่ชีพ สีน้ำเงินเข้มมุ่งหน้าไปทางสระบุรีเสียว ขวา เข้าโคราชก่อนที่จะเลยไปวัดบ้านไร่ เราไปกันแบบสบายๆ เพื่อ ต้องการพักผ่อนที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาต่างก็เคร่งเครียดอยู่กับการทำงาน

ทุกคนรู้สึกเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของท้องทุ่งสองข้างทาง คุณเพชรลดาซื้อข้าวโพดปิ้ง น้อยหน่าที่ปากช่องแจกจ่ายให้กินกันตลอดทาง

ทุกคนต่างก็มีความหวัง ที่จะให้หลวงพ่อคูณเคาะหัวให้เพื่อเป็น สิริมงคลจะ1ใต้มี1ชื่อเสียงโด่งดัง เพื่อให้สอบไล่ได้คะแนนดีๆ และสำหรับ ข้าพเจ้าเพื่อให้เทปที่ทำขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิตมียอดจำหน่ายพุ่งกระฉูด ที่ไม่ต้องถึงล้านตลับหรอก แคลัก ๑ แสนตลับก็ถือว่าประสบความ สำเร็จแล้วกับการทำเทปชุดแรกในชีวิต

มีแต่คุณเพชรลดาเท่านั้นที่ยังไม่ค่อยมั่นใจว่า พวกลูกศิษย์ลูกหา ท่านจะอนุญาตให้พวกเราเข้าไปถึงท่านหรือไม่ ถึงแล้ววัดบ้านไร่ โอ้โฮกว้างขวางใหญ่โตอะไรอย่างนี้ พวกเราทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้น กันที่เห็นคลื่นมนุษย์จากทั่วสารทิศต่างมุ่งหน้ามาชุมนุมกันที่วัดบ้านไร่ แห่งนี้

ลานจอดรถกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา มีรถทัวร์จอดเป็นร้อยๆ ดัน ไม่ว่าเดินไปทางไหนจะเจอแต่คลื่นมนุษย์ที่มากมายเสียเหลือเกิน นอก จากนี้ยังเต็มไปด้วยร้านจำหน่ายพระเครื่อง ที่ทุกร้าน ทุกซุ้ม จำหน่าย แต่พระเครื่องเหรียญหลวงพ่อคูณ เครื่องรางของขลัง ผ้ายันต์ของหลวงพ่อคูณ มากมายชนิดที่เรียกว่าในชาตินี้และชาติหน้าเราคงไม่สามารถเห็นบรรยากาศแห่งความฟีเวอร์หลวงพ่อคูณขนาดนี้กันอีกแล้ว

ความเชื่อมั่นที่ข้าพเจ้าพกพามาเต็มเปี่ยม ชักหดสันลงอย่าง รวดเร็ว ไม่เชื่อมั่นตัวเองอีกแล้วว่าจะสามารถฝ่าคลื่นมนุษย์เข้าไปหา หลวงพ่อคูณได้ถึงตัว

แต่ในเมื่อข้าพเจ้าเป็นจ่าฝูง เป็นหัวหน้าครอบครัว ข้าพเจ้าจะ แสดงอาการอ่อนใจให้ใครเห็นไม่ได้ ข้าพเจ้าเก็บอาการใจฝ่อไว้ในอก คนเดียว ในใจก็ได้แต่ภาวนาขอให้หลวงพ่อคูณจำข้าพเจ้าได้ทีเถอะ ว่า ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยสัมผัสท่าน เคยเข้าไปถามว่า

“ท่านใช่หลวงพ่อคูณ ไหมครับ” ท่านก็ยังมีเมตตาตอบว่าใช่ แล้วให้ขึ้นไปใช้โทรศัพท์บนกุฏิ โดยไม่ต้องให้ใครขึ้นไปดู ก็แสดงว่าท่านต้องไว้เนื้อเชื่อใจเราแล้ว ข้าพเจ้าพยายามเข้าข้างตัวเองว่าหลวงพ่อคูณต้องจำได้ เพื่อการมาครั้งนี้ จะได้ไม่ผิดหวัง

ข้าพเจ้าถือถุงพลาสติกที่ห่อเทปมาสเตอรไว้เป็นอย่างดี มือหนึ่ง ก็จูงลูกแนน ส่วนคุณเพชรลดาจูงลูกน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดการพลัดหลง

กว่าจะแทรกผู้คนเข้าไปได้แต่ละก้าวสุดแสนจะยากลำบากเหลือ เกิน ประชาสัมพันธ์ของวัดบ้านไร่กล่าวยินดีต้อนรับญาติโยมพุทธบริษัท ที่เดินทางกันมาจากทั่วสารทิศ ให้นั่งรอหลวงพ่อคูณก่อน รอให้หลวง พ่อได้นั่งพักสักครู่เดี๋ยวท่านก็จะออกมาเคาะหัวให้ใหม่

ความหวังที่พกพามาเต็มเปี่ยมว่า จะได้เจอหลวงพ่อคูณ ดู เหมือนจะมลายสิ้นไปแล้ว เพราะหลวงพ่อคูณอยู่ในห้องกระจก มีลูก ศิษย์ลูกหาคนสนิทคอยยืนขวางอยู่ที่หน้าประตูมากมาย

ข้าพเจ้าเห็นสีหน้าของครูสัญญาลักษณ์ กับคุณคม ทัพแลง ใน ขณะนั้น แล้วรู้ว่าเขาก็รู้สึกผิดหวังไม่น้อยไปกว่าข้าพเจ้า

“ทำไงดีล่ะพี่ เขาไม่ให้เราเข้าหรอก” คุณเพชรลดาพูดไม่ค่อย จะเต็มเสียงนัก

ข้าพเจ้าเองตอนนั้นหน้าก็ถอดสีไปนานแล้ว แต่พยายามทำใจดี  สู้เสือไว้ แล้วอธิษฐานจิตขอให้หลวงพ่อคูณ เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด จงดลปันดาลให้ข้าพเจ้าได้เข้าไปกราบท่าน และให้ท่านช่วยเหยียบเทปให้ สักครั้งหนึ่งเถอะ เพื่อจะได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากับเขาบ้าง

แล้วในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังยืนบื้อ เนื่องจากไม่รู้จะแก้ปัญหาให้ กับตัวเองอย่างไรถึงจะได้เข้าไปถึงตัวหลวงพ่อคูณ คุณเพชรลดาก็บอก กับลูกศิษย์ท่านที่คอยกันคนเอาไว้ว่า
“นี่คุณเริงศักดิ์ กำธร มาจากเดสินิวส์ ช่วยไปบอกหลวงพ่อคูณ ให้ทีว่าคุณเริงศักดิ์ มาหา”

ทุกคนงง เริงศักดิ์ กำธร มันเป็นใคร ทำไมถึงต้องให้ไปบอกหลวง พ่อคูณในขณะที่ท่านกำลังพักผ่อน

อย่าว่าแต่คนอื่นงงเลย แม้แต่ตัวข้าพเจ้าเองก็งงอยู่เหมือนกันว่า ไปบอกเขาอย่างนี้ เขาจะให้เข้าไปหรือ ก็ในเมื่อประชาสัมพันธ์เขาก็ ประกาศว่าหลวงพ่อคูณขอเวลาพักผ่อนสักครู่เดี๋ยวก็จะออกมาเคาะหัว ให้ ทำไมต้องไปรบกวนท่านในขณะที่กำลังพักผ่อนด้วย

ทุกคนมองมาที่ข้าพเจ้าที่กล้าหาญให้ลูกศิษย์ท่านที่ยีนเฝ้าอยู่หน้า ห้องไปบอกหลวงพ่อคูณว่าเริงศักดิ์ กำธร มาหา

หลังจากที่เขายืนตัดสินใจอยู่นิดหนึ่ง เขาก็บอกว่า รอเดียวนะ ผมจะไปบอกท่านให้

“คุณมีนามบัตรไหม” เขาถาม

ข้าพเจ้าควักนามบัตรที่มีชื่อของตัวเอง เป็นนักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์ ของเดลินิวส์ยื่นให้ เขาถือนามบัตรหายเข้าไปในห้องกระจกที่หลวงพ่อคูณกำลังพักผ่อนอยู่ สักครู่ก็ออกมาเซื้อเชิญให้ข้าพเจ้ากับครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรี เข้าไปพบท่านได้สองคน

ข้าพเจ้าอยากจะร้องไชโยออกมาดังๆ ที่ความฝันของข้าพเจ้าเป็น จริงแล้ว หลวงพ่อคูณท่านจำข้าพเจ้าได้จริงๆ ด้วย

“ไอ้เริงศักดิ เดลินิวส์หรือ เชิญๆ เข้ามาข้างในก่อน” ท่านพูด เซื้อเชิญข้าพเจ้าอย่างมีเมตตา

ข้าพเจ้าก้มลงกราบที่เท้าท่านด้วยความรู้สึกศรัทธาอย่างสุดซึ้ง

“เอ้าเข้ามานั่งดูมวยกันก่อน” ท่านพูดบอกข้าพเจ้า ในขณะที่ นั่งยองๆ กำลังเชียร์นักมวยไทยที่ไปชิงแชมป์โลกกับนักมวยชาติอื่นอย่าง ออกรสชาติ ข้าพเจ้ายังจำภาพที่ท่านนั่งยองๆ ดูมวยในทีวีได้ติดตา ภาย ในห้องนอกจากจะมีข้าพเจ้า ครูสัญญาลักษณ์แล้ว ยังมีลูกศิษย์ลูกหา ท่านนั่งอยู่ด้วยสองสามคน

ท่านหันมาทักทายข้าพเจ้าสองสามคำแล้วหันไปเชียร์มวยของท่าน ต่อ ต่อเมื่อหมดยกแล้วนั่นแหละ ท่านถึงได้ถามข้าพเจ้าว่า มาหาท่าน ทำไม ท่านถามตรงๆ ไม่อ้อมค้อมเป็นภาษาอีสานที่คุ้นหูกัน

ข้าพเจ้าบอกท่านว่าต้องการให้ท่านช่วยเหยียบเทปให้สักหน่อย เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนที่จะมีการวางแผง ท่านถามว่าเป็นเพลงอะไร และใครขับร้อง ข้าพเจ้าก็บอกท่านว่า เป็นเพลงแหล่ชีวประวัติของ สมรักษ์ คำสิงห์ ที่อาจารย์สัญญาลักษณ์ ดอนศรี เป็นคนเขียนเนื้อร้อง และขับร้องเอง

“ไหนลองเอามาฟังดูสิ” หลวงพ่อคูณพูดอย่างอารมณ์ดี ข้าพเจ้าก็ยื่นให้

ท่านรับแล้วส่งให้ลูกศิษย์เอาไปเปิดกับเครื่องเล่นเทปที่วางอยู่ใน ห้องให้ท่านฟัง

“เพราะดี...ๆ...ๆ” ท่านพูดแล้วหัวเราะ “แต่กูไม่เคยเหยียบให้ใคร มาก่อนเลยนะ มีมึงเป็นคนแรกที่เอาเทปมาให้กูเหยียบให้...” ท่านพูด แล้วหยุดคิด...

“มันจะดีหรือวะ กูไม่เคยเหยียบมาก่อนนะ เคยเหยียบแต่โฉนดเท่านั้น”

ข้าพเจ้ามองไปรอบๆ เห็นโฉนดที่ดินที่ชาวบ้านเตรียมเอามาเข้า คิวให้ท่านเหยียบให้กองเป็นพะเนินเทินทึก

“เหยียบให้ผมสักครั้งเถอะครับ เทปผมจะได้ดัง จะได้ขายดี” ข้าพเจ้าพูดอ้อนวอนท่าน ในขณะที่มือก็ยกขึ้นพรมไหว้

“เอาเหยียบก็เหยียบ...” จากนั้นท่านก็เอาเทปที่ข้าพเจ้ายีนให้วาง ลงบนพื้นกระดาน แล้วท่านลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครคาดคิด ท่านจับจีวรถลกขึ้นแล้วยกเท้าขวาเหยียบลงบนเทปที่อยู่ในกล่องอย่าง แรง อย่างไม่ยั้งตีน

“เอาเหยียบก็เหยียบ...ขอให้ดัง ขอให้ดัง” ข้าพเจ้าและบรรดาลูกศิษย์ที่นั่งอยู่ในห้องต่างก็ตกใจกับเสียง กระทืบลงบนกล่องเทปของท่านกันทุกคน และไม่ใช่แต่ข้าพเจ้า หรือ ลูกศิษย์ลูกหาคนอื่นหรอกที่ตกใจเสียงกระทืบของท่าน แม้แต่ตัวท่านเอง ที่เป็นผู้เหยียบก็ยังตกใจ เมื่อเห็นเทปที่เอามาให้เหยียบแตกปนปีหมด

“ลูกหลานเอ๋ย กูขอโทษนะกูเหยียบแรงไปหน่อยของมึงเสียหาย หมดแล้ว ไม่ต้องขายกันพอดี”

“ไม่เป็นไรครับหลวงพ่อ ผมยังมีอีก แค่หลวงพ่อเหยียบให้ผมก็ ดีใจแล้ว”

หลวงพ่อคูณถึงได้มีสีหน้ายิ้มออกมาได้ ท่านถามอีกครั้งว่า

“มึงต้องการอะไรจากกูอีก”

ข้าพเจ้าก็บอกท่านว่า ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านช่วยเคาะหัวให้สักที เพื่อจะได้มีชื่อเสียงในทางเขียนหนังสือโด่งดังกับเขาเสียที

คราวนี้ท่านไม่พูดพล่ามทำเพลงอะไร เอื้อมมือไปหยิบกระบองที่ ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ของท่านตีกบาลข้าพเจ้าอย่างแรง ๓ ที เสียงดัง สนั่นไปถึงข้างนอก เนื่องจากข้าพเจ้าร้องโอยออกมาด้วยความตกใจกลัวตามจังหวัดเสียงเคาะโป็ก...ๆ...ๆ สามที

“มึงต้องการอะไรจากกูอีก” ท่านถาม

“แค่นี้แหละครับ” ข้าพเจ้าบอกท่านก่อนจะก้มกราบลา

“ไม่มีอะไรแล้วกูจะได้ออกไปเคาะให้ญาติโยมที่รอกูอยู่ข้างนอกต่อ”

จากนั้นท่านก็เคาะให้ครูสัญญาลักษณ์ และเคาะให้คุณเพชรลดา ที่นั่งพนมมืออยู่ข้างนอก คนละโป๊ก สองโป๊ก และคอยดึงเงินจากญาติ โยมที่ยื่นถวายให้คนละใบ สุดแต่ว่าใครจะศรัทธาถวายเท่าไหร่ ซึ่งถ้า หากใครยื่นสองใบ หรือสามใบท่านก็จะหยิบเอาไปเพียงใบเดียว หรือ สองใบ เหลือไว้ให้เจ้าของเงินที่เป็นผู้ถวายหนึ่งใบ ซึ่งมีตั้งแต่สิบบาท ยี่สิบบาท ไปจนถึงร้อยบาท สองร้อยบาท หรือถึงพันบาทก็มีที่ญาติ โยมชูมือให้เห็นเต็มไปหมด

หลังจากที่ได้ให้หลวงพ่อคูณเคาะหัวให้แล้ว พวกเราก็มีแต่ความ สดชื่น สนุกสนานกันทุกคน แต่ข้าพเจ้ามองหาลูกน้ำไม่เห็น ไม่รู้ว่าไป นั่งอยู่ตรงไหน
คุณเพชรลดาชี้ให้ดูว่า ตั้งแต่แกได้ยินเสียงหลวงพ่อคูณเคาะหัว ให้พ่อเสียงดังสนั่นจนมาถึงนอกห้อง เธอเกิดความกลัวว่า หลวงพ่อคูณ จะเคาะหัวเธอแรงอย่างนั้นบ้าง ก็วิ่งหนีไปอยู่ที่ใต้โคนต้นไม้ตรงโน้นแน่ะ ก่อนกลับบ้าน พวกเราไปเลือกเช่าวัตถุมงคล เหรียญหลวงพ่อ คูณติดมือไปฝากญาติมิตรกันคนละเหรียญสองเหรียญ มีขวัญและกำลัง ใจที่จะลุยงานสู้ชีวิตกันต่อไป

แต่ก็แปลกที่เทปชุดนี้แม้จะเอาไปให้หลวงพ่อคูณเหยียบ ให้จนแตกใช้การไม่ได้ มันก็ยังขายไม่ได้เหมือนที่ท่านพูดในตอน นั่นนั่นแหละว่า “กูเหยียบแรงไปหน่อย เทปมึงคงขายไม่ได้แล้วละ ลูกหลานเอ๋ย...มีแต่พรที่ท่านอวยพรให้!นี้ขณะเหยียบว่าขอให้ดัง ขอให้ดังนั่นแหละที่เป็นความจริงตามปากท่าน เพราะหลังจาก กลับมาแล้วแม้เทปจะไม่ได้เอาออกขาย หรือขายไม่ได้ แต่ทั้งครู สัญญาลักษณ์ ดอนศรี และคม ทัพแสง ก็มีชื่อเสียงโด่งดังใน ยุทธจักรเพลงลูกทุ่งกันทุกคน”

 
 

Main Menu