เหรียญ หลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน ปี พ.ศ.2483 พิมพ์

เหรียญ หลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน ปี พ.ศ.2483

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึงหลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ศิลปะเชียงแสนที่งดงามมากของประ เทศไทย ประวัติความเป็นมาเป็นอย่างไรนั้นวันนี้เป็นเรื่องที่เราจะมาคุยกันครับ

ในปี พ.ศ.2436 พระอุปัชฌาย์ด้วง ครองวัดหมอนไม้ อ.เมือง จ. อุตรดิตถ์ ท่านเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีผู้เคารพนับถือมาก วันหนึ่งท่านได้รับนิมนต์ไปเป็นพระอุปัชฌาย์ที่วัดสว่างอารมณ์ อ.ลับแล ในสมัยนั้นต้อง เดินทางด้วยเท้า ในระหว่างที่ท่านเดินกลับวัด ท่านก็ได้ชวนพระลูกวัดที่ไปด้วยให้เข้า ไปชมวัดร้างวัดหนึ่ง ซึ่งเหลือเพียงซากโบราณสถานเท่านั้น ต้นไม้ขึ้นรกไปหมด จะด้วยบุญญาภินิหารก็สุดจะเดา ท่านอุปัชฌาย์ด้วงท่านเกิดสนใจเนินดินเป็นจอมปลวกใหญ่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว เมื่อท่านพิจารณาดูก็เห็นว่าผิดแผกแตกต่างจากจอมปลวกอื่นๆ ท่านจึงใช้มือแกะดินปลวกตอนบนยอดสุดก็พบพระเกศพระพุทธรูป ท่านจึงได้ให้พระที่ไปด้วยช่วยกันแกะเอาดินปลวกออก ก็พบว่าเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ต่อ มาท่านก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้มาที่วัดหมอนไม้ และได้ให้พระเณรช่วยกันทำความสะอาด พระพุทธรูปที่พระอุปัชฌาย์ด้วงอัญเชิญมานี้เป็นศิลปะเชียงแสนสิงห์ 1 อันงด งามมาก หน้าตักกว้าง 32 นิ้ว สูงจากฐาน 41 นิ้ว จากนั้นก็มีประชาชนเข้ามากราบไหว้และศรัทธาเป็นอันมาก จากปากต่อปากร่ำลือ กันถึงความงดงามของพระพุทธรูปจนแพร่ ไปทั่ว

พระอุปัชฌาย์ด้วงท่านมาพิจารณาว่า พระพุทธรูปองค์นี้พุทธลักษณะของท่านงดงามมาก และวัดของท่านก็ไม่มีพระ อุโบสถไม่มีวิหาร ดูเป็นการไม่สมควรนัก ท่านจึงไดัอัญเชิญหลวงพ่อเพชรมาประดิษ ฐานไว้ที่วัดท่าถนนในเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งวัดท่าถนนมีพระอุโบสถที่สวยงาม อีกทั้งญาติ โยมทั้งหลายที่จะพากันมากราบไหว้ก็จะสะดวกสบายด้วยประการทั้งปวง อีกทั้งพระอธิการเพชร ผู้เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าถนน กับท่านเองก็นับถือกันมาก ซึ่งพระอุปัชฌาย์ด้วงเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเพชรเป็นพระคู่สวด พระอุปัชฌาย์ด้วงท่านเป็นผู้เสียสละไม่ติดด้วยสมบัติและเล็งเห็นความเหมาะสมการใดควรไม่ควร เห็นประโยชน์ของชนส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

พระอธิการเพชร วัดท่าถนน เมื่อท่านได้รับมอบพระพุทธรูปจากพระอุปัชฌาย์ด้วงแล้ว ก็บังเกิดความปีติเป็นอย่างยิ่ง ท่านก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปไปประดิษฐานในพระอุโบสถวัดท่าถนน ตามเจตนาของพระอุปัช ฌาย์ด้วง ตบแต่งแท่นบูชาด้วยดอกไม้สดเป็นประจำ อีกทั้งประชาชนก็มากราบไหว้บูชาไม่ขาดสาย พระอธิการเพชรท่านได้ตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "หลวง พ่อเพชร" เป็นอันว่า วัดท่าถนนมีหลวงพ่อเพชรอยู่ 2 องค์ คือพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร และพระสงฆ์หลวง พ่อเพชร

ต่อมาในปี พ.ศ.2483 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างวัดเบญจมบพิตร และทรงดำริ ที่จะเสาะหาพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีพุทธลักษณะงด งามมาประดิษฐานที่ระเบียงวิหารคด และในการนี้เองก็ได้อาราธนาหลวงพ่อเพชรให้นำมาประดิษฐานที่วัดเบญจฯด้วย หลังจากนั้น ชาวเมืองอุตรดิตถ์ก็คิดถึงและเสียดายหลวงพ่อเพชรมาก ด้วยความศรัทธาในองค์หลวงพ่อเพชรของประชาชน วันนี้หนึ่งสมเด็จพระ บรมราชินีพระพันปีหลวงในขณะทรงบรรทม ได้สุบินนิมิตไปว่าหลวงพ่อเพชรพระพุทธปฏิมากรองค์งามที่อัญเชิญมาจากวัดท่าถนน ได้มาเข้าฝันว่าให้ส่งคืนไปไว้ที่วัดท่าถนนเสียเถิด จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญกลับไปประดิษฐานที่วัดท่าถนนตามเดิม หลังจากที่กลับมาประดิษฐานที่วัดท่าถนนตามเดิม ได้มีการสมโภชอย่างเอิกเกริก มีประชาชนมากราบไหว้บูชากันมาก และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุตรดิตถ์ตลอดมา

สำหรับเหรียญหลวงพ่อเพชร วัดท่าถนนที่ระบุปี พ.ศ.2483 ได้จำลองพุทธลักษณะของหลวงพ่อเพชร ประทับนั่งใต้ฉัตร 9 ชั้น ล้อมด้วยโบหางแซงแซว มีอักษรไทยความว่า "หลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน พ.ศ.๒๔๘๓" ได้รับความนิยมมาก ในวันนี้ผมได้นำรูปเหรียญ พ.ศ.2483 ของหลวงพ่อเพชรมาให้ชมกันครับ

ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์