พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง แก้วอังวะ รัตนมณีแห่งพุกาม หรือ รัตนมณีแห่งพุก่ำ
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


แก้วอังวะ รัตนมณีแห่งพุกาม หรือ รัตนมณีแห่งพุก่ำ PDF พิมพ์ อีเมล

แก้วอังวะ รัตนมณีแห่งพุกาม หรือ รัตนมณีแห่งพุก่ำ

อุโบสถวัดประตูป่าท่านผู้อ่านที่เคารพครับ มีผู้ถามผมมาหลายท่านเลยว่า "แก้วอังวะ" คืออะไร พอจะมีภูมิความรู้บ้างไหมกับคำๆ นี้ โอ้โฮ! งานหินครับขอบอก แต่พอดีกำลังสอนประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีให้นิสิตอยู่ ซึ่งพูดกันถึงงานทางสถาปัตยกรรมและประติมากรรมอันเกี่ยวเนื่องในพุทธศาสนา ก็เลยได้ข้อมูลมาเล่ากล่าวครับผม

"แก้วอังวะ" เป็นชื่อเรียกกระจกในงานกระจกหรืองานประดับกระจกแบบโบราณชนิดหนึ่ง คนสมัยก่อนจะเรียกกระจกว่า "แก้ว" ส่วนใหญ่ใช้ในการประดับลวดลายของสถา ปัตยกรรมทางศาสนา อาทิ ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ตัวเสา เกล็ดพญานาค ฯลฯ บางทีก็พบในงานประติมากรรม เช่น ใช้ประดับพระพุทธรูปทรงเครื่องในส่วนของกรรเจียกจอน มงกุฎ ด้ามพระขรรค์ หรือธำมรงค์ เป็นต้น

บางครั้งก็พบประดับประดาร่วมกับงานลงรักปิดทองบนชิ้นงานอื่นๆ อาทิ แท่นบัลลังก์ ฐานชุกชี ธรรมาสน์ สังเค็ด ฯลฯ ชิ้นงานที่จะพบแก้วอังวะได้ต้องเป็นงานโบราณมากๆ และพบเฉพาะในแถบภาคเหนือของไทยที่เป็นดินแดนล้านนาเท่านั้น เพราะเป็นงานที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพุกามหรือพม่าซึ่งเข้ามามีอิทธิพลในล้านนากว่า 200 ปี 
 
แก้วอังวะ รัตนมณีแห่งพุกาม หรือ รัตนมณีแห่งพุก่ำกระจกที่ใช้ในงานประดับกระจกแบ่งเป็นสองชนิดใหญ่ๆ ชนิดแรกคือ "กระจกจีนหรือกระจกเกรียบ" เป็นการดาด (เท) แก้วที่มีความบางลงบนแผ่นตะกั่วหรือดีบุก มีสีต่างๆ เช่น สีใส สีเขียว สีฟ้า สีขาว สีแดง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะต้องสั่งจากจีน เพราะถือว่าเป็นกระจกที่มีคุณ ภาพ สามารถงอพับและตัดเป็นรูปได้ด้วยกรร ไกร

อีกชนิดหนึ่งคือ "กระจกแก้ว" เป็นกระจกที่มีความหนา มีสีสันสดใส หลายหลากสี วิธีทำก็คือหุงด้วยทรายแก้วซึ่งเป็นทรายเนื้อละเอียด (การทำกระจกคนโบราณเรียกว่า "การหุงกระจก") โดยผสมน้ำยาสีต่างๆ ตามที่ต้องการลงไป ด้านหลังอาบด้วยปรอทเคลือบน้ำยาเคมี แต่ไม่สามารถโค้งงอได้ นิยมนำมาใช้กันมากในระยะหลัง เนื่องจากผู้คนเลิกหุงกระจกจีนหรือกระจกเกรียบกันแล้ว

แก้วอังวะจัดอยู่ในประเภทกระจกจีนหรือกระจกเกรียบ แต่น่าจะมีสูตรการหุงเฉพาะของพม่า เพราะลักษณะที่เห็นจะไม่เหมือนกับกระจกจีนทั่วไป คือ แก้วอังวะมักจะมีสีใส ดาดลงบนแผ่นตะกั่วหรือดีบุกชิ้นใหญ่ๆ สามารถตอกตรึงติดกับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมได้โดยง่าย และไม่เป็นประกายแวววาวมากนัก ทำให้ดูเคร่งขรึมและสง่างาม อันนับเป็นองค์ประกอบทางศิลปะที่เสริมความงามของงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรมทางพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า แก้วอังวะและกระจกจีนหรือกระจกเกรียบนั้นเลิกผลิตกันไปนานมากแล้ว อีกทั้งไม่มีการถ่ายทอดสืบต่อ ทำให้งานศิลปะประเภทนี้หายสาบสูญไปอย่างน่าเสียดาย วัดโบราณทางเหนือที่พยายามอนุรักษ์ "แก้วอังวะ" เอาไว้ต้องใช้วิธีการขอรับบริจาคจากวัดเก่าๆ ที่รื้อถอน แล้วยังคงเหลือแก้วอังวะบางส่วนเพื่อนำมาตกแต่งเพิ่มเติม เช่น วัดประตูป่า จ.ลำพูน เป็นต้น จึงจะเห็นได้ว่าแก้วอังวะนับวันมีแต่จะสูญสลายหายไป จนคนรุ่นหลังๆ คงแทบจะไม่มีใครรู้จักรัตนมณีแห่งพุกาม หรือรัตนมณีแห่งพุก่ำ ที่เรียกกันว่า "แก้วอังวะ" อีกแล้ว

ท้ายนี้ก็ขอบอกกล่าวแก่ผู้มีจิตศรัทธาถึงโครงการบูรณะอุโบสถวัดประตูป่า จ.ลำพูน ซึ่งปัจจุบันอายุเก่าแก่กว่า 131 ปี

สามารถสอบถามได้ที่ พระครูไพศาลธรรมนุสิฐ เจ้าอาวาสวัดประตูป่า โทร. 08-1883-3405 เพื่อร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์ศิลปะดั้งเดิมให้คงอยู่เป็นมรดกอันล้ำค่าสืบไปครับผม

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง :โดย ราม วัชรประดิษฐ์

 
 

Main Menu

VirtueMart Login