พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ ใช้พรหมวิหารสี่ชนะภัย (ธรรมะจากหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ใช้พรหมวิหารสี่ชนะภัย (ธรรมะจากหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

ใช้พรหมวิหารสี่ชนะภัย (ธรรมะจากหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)



เมื่อครั้งที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทุโธ บวชเรียนใหม่ๆ มุ่งมั่นไปตาม ถนนแห่งปัญญาสายดงขมิ้น ภาพแห่งอดีตตั้งแต่เยาว์วัยจนกระทั่ง อุปสมบทเป็นภิกษุสงฆ์ ท่านได้เห็นสภาพแวดล้อมความลำบากของท้องถิ่น ที่ทุรกันดารในบ้านเกิดท่าน...

ทำให้หลวงพ่อคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ทำอย่างไรจะช่วยคนเหล่านี้ให้พ้น ทุกข์ได้

“อันตัวกูเกิดมาต่ำต้อยน้อยค่าเพียงนี้ ถ้าบวชแล้วสีกออกไปจะทำประโยชน์อะไรให้คนในแผ่นดิน ชั่วแต่เลี้ยงตัวเองก็จะไม่รอดแล้ว แต่การ ที่ได้บวชเป็นพระถือศีลอยู่นี้ หากมีวิชาความรู้ มีคุณธรรม บารมีธรรม ทังจะช่วยค้ำจุนพวกเขาให้พ้นจากวิบากกรรมทั้งกายและใจได้มากกว่า”

นับแต่นั้นหลวงพ่อคูณตั้งใจบวชเรียนศึกษาพระธรรมวินัยด้วยความ วิริยะอุตสาหะมาตลอด โดยไม่คิดสึกลาสิกขาเพศแต่อย่างใด

ป่าดงพงไพรมักเป็นสถานที่จาริกเดินธุดงค์ของพระสายป่า เพราะป่านั้นเป็นสถานที่ให้ความสงบอย่างแท้จริง เป็นที่ทำให้เกิดสมาธิปัญญา เพิ่มพูนขึ้นมาอย่างมากมาย เกิดอภิญญาที่มองเห็นธรรมชั้นสูงได้เร็วขึ้นกว่า อยู่ตามวัดในตัวเมือง

มีผู้รู้ท่านหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า “ป่าคือสถานที่วิเวกเพื่อนิพพานของ พระป่า”

หลวงพ่อคูณท่านไม่ได้หวังเพื่อจะนิพพาน ท่านต้องการเพียงธรรม ชั้นสูง เพื่อความเข้าใจและต้องการทดสอบความอดทนของตัวเองว่ามีความ อดกลั้นในอาสวกิเลสแค่ไหน
ไม่มีใครรู้ว่าท่านได้ธรรมอภิญญาชั้นใด

เพราะหลวงพ่อคูณไม่เคยอวดรู้อวดเก่ง ประกาศให้ใครๆ รู้ว่ากู สำเร็จชั้นโน้นชั้นนี้

แต่ที่แน่ๆ การธุดงค์เดินป่าของท่านเท่ากับตัดลาภยศสักการะทั้งปวง เพื่อฟอกจิตใจให้บริสุทธิ์ปราศจากกิเลสตัณหาและอุป่าทานทั้งปวง

การเดินป่าและการธุดงค์ของพระภิกษุสงฆ์ มักจะผจญภัยกับเรื่อง เร้นลับ เพราะความเปล่าเปลี่ยววิเวกวังเวงมองทางไหนก็มีแต่ป่า เสียงสัตว์ กู่ร้องคำรามน่าพรั่นพรึง
หลวงพ่อเคยเล่าให้ศิษย์หลายคนฟังว่า... จงตัดความกลัวเหล่านั้นออกไปให้หมดสิ้น ไม่ให้มีความกลัวเหลือ อยู่ในจิตใจ อาวุธที่พระพุทธองค์ทรงประทานให้สู้กับความวิเวก สู้กับสัตว์ ร้ายนานาชนิดนั้นคือ

พรหมวิหารได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

บางครั้งเส้นทางธุดงค์จะแสนสาหัส แม้แต่พรานป่าหรือชาวบ้านเขา ไม่เดินกันเราก็ต้องเดิน แม้จะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่มีอยู่มากมาย “หลวงพ่อไม่กลัวหรือครับ” ศิษย์คนหนึ่งถาม “ทำไมต้องไปกลัว” หลวงพ่อถามย้อนกลับมา พร้อมกับอธิบาย เพิ่มเติมว่า...

“เสือ ช้างในป่าก็กลัวเราเหมือนกัน ผิดกันตรงที่ระหว่างเรากับมัน ใครมีสมาธิดีกว่ากัน ใครไม่มีสมาธิแข็งก็วิ่งก่อน แต่ถ้าเราใช้วิธีแผ่เมตตา ให้กับมัน ต่างคนต่างแยกกันไป มันก็เท่านั้นไม่มีอะไรน่ากลัว”

“แต่ผมเคยรู้มาว่ามีพระธุดงค์ถูกเสือกัดตายคาบเอาไปกินก็มีนะครับ” ศิษย์อีกคนถาม หลวงพ่อคูณหัวเราะแล้วตอบ “นั่นเป็นเรื่องของการผิดศีลผิดธรรม ธุดงค์ไปแล้วก็ผิดหลักการธุดงค์ ไม่เคร่งครัดในการรักษาศีลที่ตนเองครอง อยู่ ไม่ปฏิบัติตนให้สมกับคนที่เข้ามาหาความวิเวก แบบนั้นก็ไม่มีบารมี ธรรม ถ้ารู้ว่าเราตัดกิเลสไม่ได้ก็อย่าเข้าป่าธุดงค์เลย เป็นเหยื่อสัตว์ร้ายเสีย เปล่าๆ เทพาอารักษ์ในป่าเขาก็คร้านจะคุ้มครอง

หลวงพ่อยังได้กล่าวยืนยันสำทับว่า “พระธุดงค์นั้นจะต้องครองศีล   บริสุทธิ์ ตัดอาสวกิเลสทั้งปวง ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด นั่นแหละจึงจะ ตลอดรอดฝั่ง และปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

 
 

Main Menu