พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระพุทธศาสนา 100ปี ชาตกาล-อาจาริยบูชา หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ วัดทับมิ่งขวัญ
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


100ปี ชาตกาล-อาจาริยบูชา หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ วัดทับมิ่งขวัญ PDF พิมพ์ อีเมล

100ปี ชาตกาล-อาจาริยบูชา หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2531 หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ ศาลามุงแฝกบนเกาะพุทธธรรม สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย สิริอายุ 77 ปี

ในโอกาสนี้ วัดทับมิ่งขวัญ คณะกรรมการโครงการอาจาริยบูชา 100 ปี ชาตกาลฯ และภาคีต่างๆ ได้ร่วมจัดงาน ′อาจาริยบูชา เทียนธรรมรำลึก′ ทั้งในการเปิดและปิดงานเนื่องในวาระพิเศษครบรอบ 100 ปี ชาตกาลหลวงพ่อเทียน นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2554-2555 ระหว่างวันที่ 13-20 ก.พ. 2555 ณ เกาะพุทธธรรม วัดทับมิ่งขวัญ จ.เลย

กำหนดการดังนี้ วันจันทร์ที่ 13 ก.พ. รวมพลังที่วัดทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย วันอังคารที่ 14 ก.พ. เวลา 09.00 น. พิธีเปิดงาน เทียนธรรมรำลึกครั้งที่ 24 โดยพระราชวีราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดเลย เวลา 13.00 น. คณะเทียนธรรมจาริกเดินทางไปยังบ้านเกิดหลวงพ่อเทียน (บ้านบุฮม)



วันพุธที่ 15 ก.พ. เวลา 08.30 น. เดินเจริญสติเทียนธรรมจาริกจากบุฮมไปยังวัดโพนไชย อ.เชียงคาน ระยะทาง 16 ก.ม. วันพฤหัสบดีที่ 16 ก.พ. เวลา 08.00 น. เดินเจริญสติเทียนธรรมจาริก วัดโพนไชย-แม่ศรีลานมัน ระยะทาง 12 ก.ม.

วันศุกร์ที่ 17 ก.พ. เวลา 08.00 น. เดินเจริญสติเทียนธรรมจาริกลานมัน-วัดบ้านโคก อ.เมือง ระยะทาง 15 ก.ม. วันเสาร์ที่ 18 ก.พ. เวลา 08.00 น. เดินเจริญสติเทียนธรรมจาริกไปยังเกาะพุทธธรรม วัดทับมิ่งขวัญ อ.เมือง ระยะทาง 15 ก.ม.

วันอาทิตย์ที่ 19 ก.พ. เวลา 13.00 น. สานเสวนา : บทเรียน-ข้อเสนอ-แผนปฏิบัติการ ′เราจักสืบสานปณิธานหลวงพ่อเทียนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด′ วันจันทร์ที่ 20 ก.พ. เวลา 13.00 น. ปาฐกถานำ ′เทียนธรรมนำทาง ปัญญาสว่าง ณ กลางใจ′

หลวงพ่อเทียน วัดสนามใน ต.วังชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นบูรพาจารย์สายปฏิบัติที่มุ่งสอนวิปัสสนาการเจริญสติตามแนวสติปัฏฐาน 4 ที่เน้นการเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆ เป็นหลักสำคัญ

อัตโนประวัติ หลวงพ่อเทียน มีนามเดิมว่า พันธ์ อินทผิว เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2454 ที่บ้านบุฮม ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย โยมบิดา-มารดาชื่อ นายจีน และ นางโสม อินทผิว

บิดาเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเด็ก ในสมัยนั้นหมู่บ้านบุฮมยังไม่มีโรงเรียน ท่านจึงไม่ได้เรียนหนังสือ ในวัยเด็กท่านได้ช่วยมารดาทำไร่ทำนา

เมื่ออายุได้ 10 กว่าปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่กับหลวงน้าที่วัดในหมู่บ้าน หลังจากบรรพชาเป็นสามเณรได้ 1 ปี 6 เดือน ได้ลาสิกขาบทออกมาช่วยหาเลี้ยงครอบครัว

อายุ 20 ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุตามประเพณี ได้ศึกษาและทำสมาธิกับหลวงน้าอีกครั้งหนึ่ง หลังจากบวชได้ 6 เดือน ท่านได้ลาสิกขาออกมาและแต่งงานมีครอบครัว ท่านมีบุตรชาย 3 คน

ช่วงอายุ 22 ปี ท่านมักจะเป็นผู้นำของคนในหมู่บ้านในการทำบุญจนเป็นที่นับถือและได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านถึง 3 ครั้ง แม้จะมีภาระมาก แต่ท่านยังสนใจการทำสมาธิและได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอตลอดมา

ต่อมาท่านย้ายไปอยู่ในตัวอำเภอเชียงคาน ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าเดินเรือค้าขาย ขึ้นล่องตามลำน้ำโขง ระหว่างเชียงคาน-หนองคาย-เวียงจันทน์ ทำให้ท่านมีโอกาสพบกับพระอาจารย์กัมมัฏฐานหลายรูป จึงเกิดความสนใจธรรมะมากขึ้น

เมื่ออายุได้ 48 ปี ท่านเข้าพิธีอุปสมบทครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2503 ที่วัดศรีคุณเมือง ต.ชุมฮม อ.เชียงคาน จ.เลย โดยมีพระครูวิชิตธรรมาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการชุน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการสุบรรณ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่อบวชเป็นพระแล้ว หลวงพ่อสอนธรรมะให้ทั้งพระสงฆ์และญาติโยม ท่านเล่าว่าสอนไปทุกที่ ไม่จำกัดว่าอยู่ในวัดหรือกุฏิ แม้แต่คนเดินอยู่บนถนน ถ้าถามท่าน ท่านก็แนะนำให้ หรือบางครั้งท่านก็ยังเคยเป็นผู้ถามนำขึ้นก่อนก็มี

คำสอนของหลวงพ่อได้แพร่หลายออกไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้มีผู้ปฏิบัติตามเพิ่มจำนวนมากขึ้น


คอลัมน์ อริยะโลกที่6